
ปฏิบัติการกลางทะเลอ่าวไทยเดือด เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐเปิดเกมไล่ล่าขบวนการลักลอบขนบุหรี่เถื่อน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมของกลางบุหรี่ต่างประเทศที่ยังไม่เสียภาษีจำนวนมหาศาลถึง 442,490 ซอง และเรืออีก 1 ลำ คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 10.7 ล้านบาท ขณะที่ค่าปรับพุ่งสูงถึงกว่า 642 ล้านบาท

การแถลงผลครั้งนี้นำโดย นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ร่วมกับ พลเรือโท เทพฤทธิ์ ลาภเหลือ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ซึ่งยืนยันถึงความสำเร็จของการบูรณาการกำลังระหว่างกรมสรรพสามิต ทัพเรือภาคที่ 2 และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.ภาค 2) ในการสกัดกั้นเครือข่ายผิดกฎหมายที่ใช้เส้นทางทะเลเป็นช่องทางหลัก

รายงานระบุว่า ขบวนการดังกล่าวลักลอบนำเข้าบุหรี่จากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านน่านน้ำอ่าวไทย ก่อนเตรียมลำเลียงขึ้นฝั่งเพื่อกระจายจำหน่ายในประเทศ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้เมื่อช่วงวันที่ 29–30 เมษายน 2569 จากนั้นได้ควบคุมเรือและผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมที่ฐานทัพเรือสงขลา
เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 204 ฐานมีไว้เพื่อขายสินค้าที่มิได้เสียภาษี เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการยึดของกลางทั้งหมด พร้อมส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

อธิบดีกรมสรรพสามิตย้ำว่า พื้นที่ชายแดนและทะเลใต้ยังคงเป็น “จุดยุทธศาสตร์” ของขบวนการลักลอบสินค้าเถื่อน โดยเฉพาะบุหรี่ที่เป็นสินค้าหลักในการหลบเลี่ยงภาษี ทำให้หน่วยงานต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังทั้งทางบกและทางทะเล
“เราจะไม่ปล่อยให้เครือข่ายเหล่านี้ทำลายระบบภาษีและเศรษฐกิจของประเทศ” นายพรชัยระบุ พร้อมย้ำเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ปิดทุกช่องทางลักลอบ และยกระดับความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องรายได้รัฐ สร้างความเป็นธรรมทางภาษี และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน

