ทองพันล้านคืนรัฐ! ป.ป.ช.บังคับคดีส่งมอบทองคำของ”สาธิต รังคสิริ”คืนกระทรวงคลัง

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการส่งมอบทองคำแท่งตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2567 ให้แก่กระทรวงการคลัง เพื่อให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินโดยสมบูรณ์

ภารกิจครั้งนี้มีขึ้นภายหลังคำพิพากษาของ ศาลฎีกา ที่วินิจฉัยให้ทองคำแท่งทั้งหมดเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ และให้ตกเป็นของรัฐตามกฎหมาย

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้นายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะ เป็นผู้แทนส่งมอบทองคำแท่งน้ำหนักรวมประมาณ 20,976 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการคลัง โดยมี กรมธนารักษ์ เป็นหน่วยงานรับมอบเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐตามกฎหมาย

ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 ชี้มูลความผิดในคดีร่ำรวยผิดปกติ หลังตรวจสอบพบรายการสั่งซื้อทองคำแท่งจำนวน 15 รายการ ในนามของเจ้าตัว กับบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัช จำกัด

การไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า ทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับรายได้และฐานะที่พึงมี และได้มาโดยไม่สมควร อันสืบเนื่องจากการดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรในขณะนั้น ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ทองคำแท่งทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน

การส่งมอบทรัพย์สินในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงพิธีการทางธุรการ หากแต่เป็น “จุดสิ้นสุดของกระบวนการยุติธรรม” ที่ใช้เวลายาวนานเกือบทศวรรษ และเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า กลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐยังคงเดินหน้าทำงาน

ทองคำมูลค่ากว่าพันล้านบาทที่เคยเป็นประเด็นคำถามของสังคม วันนี้ถูกส่งคืนคลังแผ่นดินแล้ว ท่ามกลางสายตาประชาชนที่เฝ้าจับตาว่า หลักนิติรัฐจะถูกยืนหยัดอย่างจริงจังเพียงใดในทุกคดีทุจริตของประเทศต่อจากนี้