‘นิกร’ลุยร่มเกล้าสั่งฟื้นคลองเน่าดันเคหะผู้สูงอายุยกระดับชุมชนเปราะบางสู่เมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่โครงการเคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจติดตามปัญหาและเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และการเคหะแห่งชาติ ร่วมลงพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนภาพปัญหาของชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง ซึ่งรัฐมนตรี พม. ย้ำว่า ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจังและตรงจุด โดยจุดแรก นายนิกร ลงพื้นที่สหกรณ์บริการเพื่อคนตาบอดและคนพิการ จำกัด โซน 6 เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของคนพิการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้พิการทางสายตา ที่ยังประสบอุปสรรคด้านอาชีพและการเข้าถึงแหล่งทุนในการดำรงชีวิต

นายนิกร เปิดเผยว่า ได้รับข้อเสนอจากสมาคมคนตาบอดรวม 5 ประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะข้อเสนอให้คนพิการเข้าถึงแหล่งทุนผ่านกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งกระทรวง พม. จะนำไปทบทวนหลักเกณฑ์เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองและมีอาชีพที่มั่นคงมากขึ้น

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ตรวจระบบบำบัดน้ำเสียภายในโครงการฟื้นนครร่มเกล้า โซน 7 ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร หลังชาวบ้านร้องเรียนปัญหาน้ำเสียสะสมและส่งกลิ่นกระทบคุณภาพชีวิต

นายนิกร กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดมลพิษก่อนปล่อยลงลำรางสาธารณะ พร้อมมอบหมายให้การเคหะแห่งชาติศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้สถานีบำบัดน้ำเสียเดิมของการเคหะแห่งชาติ ช่วยฟื้นคุณภาพน้ำคลองลำไส้ไก่ ด้วยแนวคิด “นำน้ำดีไล่น้ำเสีย” เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนในระยะเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนพัฒนาระยะยาวร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อปรับปรุงระบบทางส่งน้ำให้ได้มาตรฐาน ก่อนส่งมอบให้ กทม. รับไปบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การเร่งพัฒนาพื้นที่สีเขียวบริเวณคลองลำไส้ไก่ หรือ “สวนร่มเกล้าภิรมย์” ให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกายของคนในชุมชน ควบคู่กับโครงการพัฒนาสวนสาธารณะและทางจักรยานริมคลอง เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมชุมชนให้น่าอยู่มากขึ้น

นายนิกร ยังลงตรวจพื้นที่เดิมของโครงการเคหะสุขประชา ซึ่งอยู่ระหว่างรอการพัฒนา โดยสั่งเร่งศึกษานำพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนาเป็น “โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ” รองรับสังคมสูงวัยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในอนาคต ส่วนพื้นที่ติดถนนกรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า ซึ่งมีศักยภาพสูง ได้สั่งให้พิจารณาพัฒนาเชิงพาณิชย์ และต่อยอดสู่โครงการ “เคหะเพื่อคนไทย” ในอนาคต

อกจากนี้ หลังพบปัญหาคนนอกพื้นที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งสะสมในพื้นที่รกร้าง การเคหะแห่งชาติได้เร่งปรับพื้นที่ ติดตั้งป้ายห้ามบุกรุกและห้ามทิ้งขยะ พร้อมประสานสำนักงานเขตลาดกระบังล้อมรั้วชั่วคราวป้องกันการลักลอบทิ้งขยะซ้ำ ขณะเดียวกันยังติดตั้งกล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์ตลอดแนวถนน เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชนในชุมชน

นายนิกร กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เห็นปัญหาที่แท้จริงของประชาชน และช่วยให้การแก้ไขปัญหาสามารถดำเนินการได้ตรงจุดมากขึ้น โดยยืนยันว่า กระทรวง พม. จะเดินหน้านโยบายพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด Universal Design ที่รองรับคนทุกวัยและทุกสภาพร่างกายอย่างเท่าเทียม