บวงสรวงพระแม่คงคาซ้อมขบวนเรือ 40 ลำรับตักบาตรทางน้ำ 225 รูปฟื้นวิถีคลองใต้ร่มพระบารมี

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศบริเวณป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และแรงศรัทธา เมื่อมีการประกอบพิธีบวงสรวง “พระแม่คงคา” ภายใต้แนวคิด “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” ซึ่งจัดขึ้นตามโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หน่วยราชการในพระองค์ คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พิธีบวงสรวงพระแม่คงคาจัดขึ้นเพื่อแสดงความเคารพและสำนึกในพระคุณของสายน้ำ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของชีวิตและหล่อเลี้ยงผู้คนมาอย่างยาวนาน พร้อมขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองและประชาชน โดยได้รับเกียรติจาก นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้าฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง เป็นผู้ประกอบพิธีตามโบราณราชประเพณี ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความสง่างามและความศักดิ์สิทธิ์

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง ได้มีการซ้อมใหญ่ขบวนเรือจำนวน 40 ลำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมตักบาตรทางเรือครั้งสำคัญ โดยจำลองการล่องเรือของพระภิกษุสงฆ์จำนวน 75 รูป จาก 3 เส้นทางสายน้ำประวัติศาสตร์ ได้แก่ คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร ก่อนจะรวมขบวนมาบรรจบกัน ณ ปะรำพิธีสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ

สำหรับ วันจัดงานจริง จะมีพระภิกษุสงฆ์รวมทั้งสิ้น 225 รูป ร่วมประกอบพิธีตักบาตรทางน้ำ โดยได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระราชาคณะและพระเถรานุเถระจากวัดสำคัญหลายแห่ง อาทิ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร รวมถึงวัดต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตลอดแนวลำคลองทั้งสามสาย เพื่อร่วมประกอบพิธีสงฆ์และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้พรแก่ประชาชน

มหาตักบาตรทางเรือครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา หากยังสะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาที่เชื่อมโยงผู้คนกับวิถีชีวิตริมคลอง อันเป็นรากฐานสำคัญของกรุงเทพมหานครมาตลอดกว่า 200 ปี พร้อมตอกย้ำแนวคิดการฟื้นฟูคูคลองให้เป็นทั้งมรดกทางวัฒนธรรม พื้นที่สีเขียว และเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเมืองที่สามารถอยู่ร่วมกับการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ได้อย่างสมดุล

ทั้งนี้ ตลอดการจัดงานระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 ประชาชนจะได้ร่วมสัมผัสกิจกรรมหลากหลาย ทั้งพิธีกรรมทางศาสนา การแสดงศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการมีชีวิต ตลาดชุมชน สตรีทอาร์ต และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่สะท้อนคุณค่าของสายน้ำไทย ควบคู่กับโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนริมคลองและการดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและอนุรักษ์มรดกแห่งสายน้ำไทยให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน