
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานกรณีที่ปรากฏข้อมูลประเด็นทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่ามีข้าราชการตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคมในวงกว้า
ทั้งนี้ ล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากหน้าที่ตำแหน่งเดิม และให้ พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า เนื่องจากเป็นที่สงสัยว่ามีข้าราชการตำรวจประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ และไม่มีความเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม หากให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิมอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ ผบ.ตร.จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติฯ สั่งการช่วยราชการดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส เกิดความเป็นธรรม และไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.เน้นย้ำนโยบายมาโดยตลอดในการรักษาความโปร่งใสภายในองค์กร มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้สั่งการตรวจสอบอย่างเป็นธรรม หากพบการกระทำผิดจริงให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และสร้างความศรัทธาคืนกลับสู่องค์กร

พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง
ด้าน พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว ว่า ตนไม่ทราบเรื่องการพูดคุยตามที่เป็นคลิปข่าวเผยแพร่ทางโซเชียล แต่ยอมรับว่าตนได้โทรไปสั่งการกำชับ มอบนโยบายเรื่องให้การเข้มงวดกวดขันตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาจริง โดยเฉพาะการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดในพื้นที่ไม่ตรงหรือขัดแย้งกับข้อเท็จจริง จึงอยากขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนและประชาชนในเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาดำเนินการอย่างไรนั้น ตนพร้อมให้ตรวจสอบหรือสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่
