
ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และนายพยุง บุญสมสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ฝ่ายป้องกันและปราบปราม 3 และศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ บูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองกำกับการ 1 รวมถึงตัวแทนผู้เสียหายเจ้าของเครื่องหมายการค้าสุราต่างประเทศ เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยจำนวน 8 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัด

ผลการตรวจค้นพบสุราต่างประเทศปลอมเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตและบรรจุสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอัดฝาขวด กล่องบรรจุสุราต่างประเทศ และสติกเกอร์ติดหลังขวดสุรา รวมของกลางทั้งสิ้นกว่า 478,000 ชิ้น พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิแก่ผู้ต้องหาตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (กก.1 บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ผู้จัดหาแหล่งผลิต ผู้ลำเลียง และเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด

ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปราบปรามเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายสำคัญของกรม โดยมุ่งยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบผลิต นำเข้า และจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

สำหรับคดีดังกล่าว การกระทำของผู้ต้องหาเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 203 ฐานครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน และมาตรา 204 ฐานมีไว้เพื่อขายสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีเป็นเงิน 2,345,069.79 บาท และมีการประเมินค่าปรับรวมประมาณ 35,176,046.85 บาท
กรมสรรพสามิตย้ำว่าจะเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล เทคโนโลยี และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสกัดกั้นและตัดวงจรธุรกิจผิดกฎหมาย สร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค รักษาความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า และปกป้องรายได้ของรัฐอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสการลักลอบผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 เพื่อร่วมกันสกัดกั้นขบวนการค้าสินค้าผิดกฎหมายและคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
