
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 พิษณุโลก อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดประชุมประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย พร้อมกำหนดทิศทางรับมือสถานการณ์ภัยสำคัญในระยะนี้
การประชุมมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธาน พร้อมด้วยรองอธิบดี ผู้บริหารหน่วยงานส่วนกลาง ผู้อำนวยการศูนย์ ปภ.เขต และหัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมทั้งในที่ประชุมและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งติดตามความคืบหน้าภารกิจสำคัญ และมอบนโยบายปฏิบัติการเร่งด่วน โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติและแผนเร่งด่วนของรัฐบาล โดยกำชับให้ทุกศูนย์ ปภ.เขต และสำนักงาน ปภ.จังหวัด เตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย ทั้งภาคพื้นดินและอากาศยาน เพื่อสนับสนุนพื้นที่เสี่ยงอย่างทันท่วงที
อธิบดี ปภ. เน้นย้ำให้ทุกหน่วยสแตนด์บายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เฉพาะสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แต่รวมถึงอุบัติเหตุ อุบัติภัย และสาธารณภัยทุกรูปแบบ พร้อมผลักดันการใช้งานระบบฐานข้อมูลศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อยกระดับมาตรฐานการรองรับผู้ประสบภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันได้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2569 ให้เป็นไปตามแผนงานและกรอบเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังสั่งการเตรียมรับมือพายุฤดูร้อนปี 2569 หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม จะเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ โดยให้สำนักงาน ปภ.จังหวัด เฝ้าระวัง แจ้งเตือนประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบความมั่นคงอาคาร ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างเสี่ยง รวมถึงบูรณาการหน่วยงานด้านการเกษตรเพื่อเตรียมรับผลกระทบต่อผลผลิต
“ทุกหน่วยต้องทำงานเชิงรุก บูรณาการส่วนกลางและภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสาธารณภัย และลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด” นายธีรพัฒน์กล่าว

