
ความตึงเครียดตามแนวชายแดนด้านจังหวัดตราดปะทุขึ้นอีกระลอก ภายหลัง พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 สภาพใหม่จำนวน 6 ทุ่น ในพื้นที่บ้านชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นเขตอธิปไตยของไทย
การตรวจพบดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ตามแผน “ตราดพิฆาตไพรี” และภารกิจเคลียร์พื้นที่เพื่อความปลอดภัย เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ลักษณะของทุ่นระเบิดอยู่ในสภาพใหม่อย่างชัดเจน ไม่ใช่วัตถุระเบิดตกค้างจากสถานการณ์ในอดีต สะท้อนข้อสงสัยว่าเพิ่งถูกนำมาวางในพื้นที่ไม่นานนี้


นอกจาก PMN-2 ทั้ง 6 ทุ่นแล้ว ในบริเวณใกล้เคียงยังพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-1 จำนวน 3 ทุ่น และชนิด POMZ อีก 1 ทุ่น ระหว่างการเคลียร์พื้นที่และพัฒนาเส้นทางทางยุทธวิธีตามแนวชายแดน เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการเก็บกู้และทำลายตามขั้นตอนความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอันตรายต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่
โฆษกกองทัพเรือยืนยันว่า ฝ่ายไทยยึดมั่นและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยดำเนินภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดภายใต้หลักมนุษยธรรม และไม่ใช้หรือสนับสนุนการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี

ทั้งนี้ การตรวจพบ PMN-2 สภาพใหม่ทั้ง 6 ทุ่น ถูกมองว่าเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและพันธกรณีด้านการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เพียงคุกคามชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่ยังกระทบต่อเสถียรภาพและความเชื่อมั่นตามแนวชายแดน
กองทัพเรือประกาศประณามพฤติกรรมที่ไม่เคารพกติกาสากลดังกล่าว พร้อมย้ำว่าจะบันทึกหลักฐานอย่างเป็นระบบ และดำเนินการตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศต่อไป ท่ามกลางการจับตาของฝ่ายความมั่นคงว่า เหตุการณ์นี้อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของสถานการณ์ชายแดนที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด


