พุทธศาสนิกชนร่วมมาฆบูชายิ่งใหญ่ทั่วแผ่นดินปักหมุด 10 วัดแห่ผ้าห่มพระธาตุ

บรรยากาศยามเช้า เวลา 07.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2569 ภายในพระอุโบสถ วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ เนืองแน่นไปด้วยพุทธศาสนิกชนที่พร้อมใจกันสวมใส่ชุดไทยและผ้าไทยอย่างสุภาพ เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร และเวียนเทียน เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา พุทธศักราช 2569 ท่ามกลางแสงอรุณที่สาดต้ององค์พระปรางค์อย่างงดงาม

พิธีจัดขึ้นโดยกระทรวงวัฒนธรรม ผ่านกรมการศาสนา โดยมี พระศรีสุทธิเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายทางศาสนาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายชัยพล กล่าวว่า กรมการศาสนาได้กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมรำลึกถึงพระรัตนตรัย และถวายเป็นพุทธบูชาอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับ กิจกรรมในกรุงเทพมหานคร นอกจากพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเวียนเทียนแล้ว ยังมีการแห่ผ้าห่มพระปรางค์ และกิจกรรม Walk Rally ตามรอยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 จุดสำคัญภายในวัดอรุณฯ เพื่อเชื่อมโยงศรัทธาเข้ากับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติ

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือกิจกรรม “ปักหมุด 10 วัด แห่ผ้าห่มพระธาตุเจดีย์” ที่จัดขึ้นในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ อาทิ วัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี, วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน, วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่, วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน และ วัดพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช เป็นต้น สะท้อนพลังศรัทธาที่แผ่ขยายจากเมืองหลวงสู่ภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมออนไลน์ “ชาเลนจ์เพลงวันมาฆบูชา” เชิญชวนประชาชนทุกช่วงวัยร่วม Cover เพลงวันมาฆบูชา เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็กตามที่กำหนด เพื่อรับเกียรติบัตรอิเล็กทรอนิกส์ สร้างการรับรู้และส่งต่อสาระธรรมสู่คนรุ่นใหม่

อธิบดีกรมการศาสนา ย้ำว่า วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันเพ็ญเดือนสาม วันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระอรหันต์ 1,250 รูป พร้อมหัวใจแห่งพระพุทธศาสนา คือ “ละเว้นความชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ซึ่งยังคงเป็นหลักธรรมร่วมสมัยในการสร้างสังคมคุณธรรม

“เราคาดหวังว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางจิตใจ สืบสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย และใช้มิติศาสนาเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายชัยพลกล่าว