
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระสงฆ์ และสามเณร รวม 149 รูป ประกอบพิธีและรับบิณฑบาต โดยมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะรัฐมนตรี ข้าราชการในพระองค์ ข้าราชการตุลาการ สมาชิกรัฐสภา หัวหน้าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ สภากาชาดไทย แม่บ้านมหาดไทย และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

โอกาสนี้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธี

จากนั้น ในเวลา 08:00 น. ที่ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล คู่สมรส นำคณะรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม

ต่อมา ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 และนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำคณะที่ปรึกษา คณะอุปนายกสมาคม และคณะกรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2521 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ โดยเสด็จพระราชดำเนินเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ตลอดจนพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎร โดยมิได้ทรงเหน็ดเหนื่อยและย่อท้อแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญที่จะดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนจากภัยพิบัติและสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ด้วยพระราชปณิธานอันมุ่งมั่น ดั่งใจความตอนหนึ่งของพระราชดำรัสเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2562 ความว่า “…ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเหมือนดั่งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมีแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี…” โดยเฉพาะในการพัฒนาส่งเสริมเรื่อง “ผ้าไทย” จากสิ่งทอของชาวบ้านที่เกือบสูญหายให้กลับมาเป็นอาภรณ์อันทรงคุณค่า เป็น “มรดกแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น” ที่คนไทยและคนทั่วโลกยอมรับถึงคุณค่าและความงดงามอันประเมินค่ามิได้ ทั้งยังทรงทำหน้าที่ราชองครักษ์ผู้ถวายงานความปลอดภัยทั้งปวงแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเป็นแบบอย่างของสตรีไทยและสตรีวิถีใหม่ผู้สง่างาม และเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถรอบด้าน โดยไม่ทรงหยุดที่จะพัฒนาตนเองในทุกมิติ ทั้งด้านการศึกษาที่ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก และด้านทักษะเฉพาะทางที่ทรงเป็นทั้งนักบินพาณิชย์ และนักบินรบผู้เชี่ยวชาญ ทรงเป็นนักกีฬาต้นแบบผู้ทรงฝึกฝน ทุ่มเทพระวรกายในการพัฒนาทักษะทางการกีฬาหลากหลายด้าน สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นและพระวิริยอุตสาหะอันแรงกล้าในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเต็มกำลัง พระราชจริยวัตรอันงดงามและพระอัจฉริยะภาพที่โดดเด่น ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้สตรีไทย และคนไทยทั้งประเทศทุกคน ลุกขึ้นมาค้นหาศักยภาพในตนเอง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

