
ผู้ว่าฯชัชชาติ นำทีมรองผู้ว่าฯ ตรวจปฏิบัติการ “ร่วมแรงฟื้นกรุง” ผนึกกำลัง 12 เขตบัดดี้เร่งเคลียร์ซากมหาภัยน้ำท่วมลาดกระบัง
สถานการณ์หลังน้ำลดที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กลับมาเป็นวาระเร่งด่วนที่กรุงเทพมหานครต้องระดมสรรพกำลังเข้าแก้ไขอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ระดม 1,424 ชีวิต ลุยเคลียร์ขยะจบใน 3 วัน
เบื้องหลังปฏิบัติการกู้วิกฤตครั้งนี้ นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. และ นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เรียกประชุมด่วนผู้อำนวยการเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแผนปฏิบัติการภายใต้กิจกรรม “ร่วมแรงฟื้นกรุง” โดยเน้นการทำงานเชิงรุก แบ่งโซนพื้นที่และถนนสายหลักอย่างชัดเจน พร้อมนำระบบ “เขตบัดดี้” เข้ามาบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุดและไร้รอยต่อ ตั้งเป้าเร่งจัดเก็บขยะและฟื้นฟูพื้นที่ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน
สำหรับกำลังพลที่ลงพื้นที่ในวันนี้ กรุงเทพมหานครได้ระดมเจ้าหน้าที่รวม 1,424 คน จากสำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตบัดดี้ พร้อมด้วยยานพาหนะสำหรับขนย้ายขยะหนักถึง 106 คัน มุ่งหน้าลุยเก็บขยะชิ้นใหญ่ ขยะครัวเรือน และข้าวของเครื่องใช้ที่ได้รับความเสียหายจากมวลน้ำอย่างหนัก เพื่อคืนความสะอาดและความปลอดภัยให้แก่พื้นที่

เปิดยอดขยะทะลัก 7,700 ตัน เร่งขนย้ายพ้นวิกฤต
จากรายงานสถานการณ์ล่าสุด กรุงเทพมหานครสามารถจัดเก็บขยะตกค้างเฉพาะบริเวณเคหะร่มเกล้าเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้สูงถึงประมาณ 1,300 ตัน โดยมียอดสะสมตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. – 10 ต.ค. รวมกว่า 5,085 ตัน
การทำงานเต็มไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าชักลากขยะชิ้นใหญ่จากตรอกซอกซอยที่รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึง นำมารวบรวมไว้ที่จุดพักขยะ ก่อนใช้รถคีบยกขึ้นรถบรรทุกเทท้ายเพื่อส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยของ กทม. ตามกระบวนการที่ถูกต้อง ขณะที่ยอดสะสมขยะตกค้างจากพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วกรุงเทพมหานครพุ่งสูงถึง 7,765.02 ตัน (เฉลี่ย 647.09 ตันต่อวัน)

ผนึกกำลัง 12 เขตบัดดี้ ปิดจุดบอดลุยงานเชิงรุก
ภารกิจครั้งนี้มีความพิเศษคือการดึง 12 สำนักงานเขตมาร่วมสนับสนุนแบบเบ็ดเสร็จ ประกอบด้วย เขตธนบุรี, บางแค, พระนคร, บางขุนเทียน, บากกอกน้อย, ภาษีเจริญ, ทุ่งครุ, บางซื่อ, วัฒนา, บางรัก, บางบอน และเขตลาดกระบังในฐานะเจ้าของพื้นที่
การแบ่งโซนรับผิดชอบอย่างไรรอยต่อช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ทำให้การกระจายกำลังคนและเครื่องจักรเข้าถึงจุดที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ประชาชนในพื้นที่เริ่มเห็นสัญญาณบวกที่ถนนหนทางและพื้นที่สาธารณะกลับมาโล่งเตียนอีกครั้ง

คุมเข้มสุขอนามัย หวั่นโรคหลังน้ำลด
นอกจากการเร่งเก็บกวาดขยะแล้ว กทม. ยังให้ความสำคัญขั้นสูงสุดกับการดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน โดยกำชับให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น ถุงมือและหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด เนื่องจากอาจมีวัสดุแหลมคมและสิ่งปนเปื้อนตกค้างมากับน้ำท่วม พร้อมทั้งควบคุมการขนส่งขยะไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาลทุกขั้นตอน
กทม. ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินปริมาณขยะคงเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปรับกำลังสนับสนุนให้สอดคล้องกับความเป็นจริง มุ่งมั่นคืนพื้นที่ที่สะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่ให้กับชาวลาดกระบังโดยเร็วที่สุด





