
เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุแก่ ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐาน ณ มหาเจดีย์มัตตาลา เมืองมัตตาลา จังหวัดลูนูกัมเวฮารา ประเทศศรีลังกา พร้อมประทานผ้าไตรจำนวน 3 ไตร สำหรับถวายพระกุศลเนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 และถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
สำหรับ คณะผู้แทนจากประเทศไทยมีกำหนดเดินทางสู่ประเทศศรีลังกาในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 นำโดย ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณกษมน กิตติอำพน และคณะกัลยาณมิตร รวม 30 ท่าน
นอกจากภารกิจอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐาน ณ มหาเจดีย์มัตตาลาแล้ว คณะยังมีกำหนดเดินทางไปกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุสำคัญ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานแด่พระบุลาทะกามะธรรมลังกา มหาเถระ แห่งเมืองกอลล์ ณ จุฬาลงกรณ์ธรรมศาลา วัดศรีปรมานันทะราชมหาวิหาร ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2429 หรือเมื่อราว 140 ปีก่อน พร้อมทั้งพระราชทานพระพุทธรูป พระไตรปิฎก และพระราชหัตถเลขาไว้เป็นสิริมงคล

พระบุลาทะกามะธรรมลังกา มหาเถระ เป็นพระเถระผู้ทรงคุณูปการสำคัญต่อพระพุทธศาสนาในศรีลังกา ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2380 และมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศ จนได้ติดต่อสัมพันธ์กับ “พระวชิรญาณมหาเถระ” ซึ่งเป็นพระนามเดิมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะทรงผนวช ตั้งแต่ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์
ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ พระองค์ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์สำคัญในการจัดตั้งโรงพิมพ์พระพุทธศาสนาแห่งแรกของศรีลังกา เมื่อปี พ.ศ.2405 และยังทรงมีพระราชหัตถเลขาติดต่อกับพระบุลาทะกามะธรรมลังกา มหาเถระ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพระพุทธศาสนาของทั้งสองประเทศ
ด้วยพระราชไมตรีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองกอลล์ ประเทศศรีลังกา พระองค์ได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “จุฬาลงกรณ์ธรรมศาลา” ภายในวัดศรีปรมานันทะราชมหาวิหาร เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งมิตรภาพและศรัทธาระหว่างสองแผ่นดินพุทธศาสนา

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2536 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนวัดศรีปรมานันทะราชมหาวิหาร ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงสายสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาและพระราชไมตรีอันยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและศรีลังกา
จากนั้นคณะจะเดินทางไปกราบสักการะพระบรมธาตุเขี้ยวแก้ว ณ วัดศรีทัลฒามัลลิกาวรวิหาร หรือวัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพระบรมสารีริกธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของโลกพุทธ และเป็นหนึ่งในพระเขี้ยวแก้วเพียง 2 องค์ที่ยังปรากฏอยู่ในโลกมนุษย์
ตามตำนานเล่าว่า พระบรมธาตุเขี้ยวแก้วถูกอัญเชิญมาจากแคว้นกาลิงคะ ประเทศอินเดีย โดยเจ้าหญิงเหมมาลาและเจ้าชายทันตกุมาร ซึ่งทรงซ่อนพระเขี้ยวแก้วไว้ในพระเกศาเพื่อหลีกหนีภัยสงคราม ก่อนนำมาประดิษฐานยังเกาะลังกาเมื่อราว 1,600 ปีก่อน และได้รับการเคารพสักการะในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของศรีลังกาสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
การเดินทางครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานยังต่างแดนเท่านั้น หากยังเป็นการสืบสานสายธารแห่งศรัทธา เชื่อมโยงพระพุทธศาสนาและพระราชไมตรีระหว่างไทยกับศรีลังกา ที่ดำรงอยู่อย่างงดงามต่อเนื่องยาวนานกว่าศตวรรษให้คงอยู่สืบไป
