
เปิดความคืบหน้าฟื้นคลองเปรมฯ เขื่อนป้องกันตลิ่งเสร็จแล้ว 2 โครงการ อีก 2 โครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะที่อยุธยารื้อสิ่งรุกล้ำ 104 จุด ขุดลอกคลองอีก 2.3 กิโลเมตร
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำคณะบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร ตามพระบรมราโชบาย ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อผลักดันการฟื้นฟูคลองและพื้นที่ริมคลองให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารส่วนกลางและในพื้นที่ ได้แก่ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนายเกิดศักดิ์ ยะโสธร รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

สำหรับงานในความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการและผังเมือง ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแล้วเสร็จ 2 โครงการ ได้แก่ ริมคลองเปรมประชากร หมู่ 4 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะทาง 110 เมตร และริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหมู่ 1–2 ตำบลบางกระสั้น ระยะทาง 476 เมตร

ส่วนงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการมีอีก 2 โครงการ คือ เขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองเปรมประชากรในพื้นที่เทศบาลตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี ระยะทาง 595 เมตร และเขื่อนป้องกันตลิ่งพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองเปรมประชากรและคลองหัวป่า ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองปทุมธานี ระยะทางไม่น้อยกว่า 330 เมตร

ด้านจังหวัดปทุมธานีดำเนินการปรับปรุงและรื้อถอนสะพานในอำเภอเมืองปทุมธานี 66 สะพาน และอำเภอสามโคก 44 สะพาน รวม 110 สะพาน ขณะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำและกีดขวางทางน้ำในคลองเปรมประชากร 104 จุด พร้อมขุดลอกคลองบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน ระยะทาง 2,300 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การเดินเรือ และพื้นที่รองรับน้ำ

นอกจากนี้ เทศบาลตำบลบางกระสั้นและเทศบาลตำบลเชียงรากน้อยยังชวนชุมชนร่วมเก็บขยะขนาดใหญ่ กำจัดวัชพืช ทำความสะอาด และปรับภูมิทัศน์ริมคลองกับถนนเลียบคลอง ผ่านโครงการ “ชุมชนคนรักษ์น้ำสาธารณะ” และกิจกรรม “หน้าบ้านน่ามอง ในบ้านน่าอยู่ หลังบ้านน่าดู” โดยมุ่งให้การฟื้นคลองเปรมประชากรเกิดผลต่อเนื่องและเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน



