
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเสริมสร้าง ขับเคลื่อน และติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 25–26 ธันวาคมนี้ เพื่อรับฟังและติดตามผลงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับปัญหามลพิษข้ามแดน โดยเฉพาะผลกระทบจากการทำเหมืองแร่หายาก หรือแรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลต่อแม่น้ำกกและลุ่มน้ำโขง
นายชิบ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ที่ผ่านมา โดยมี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง และ ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะที่ปรึกษาและอนุกรรมการ ร่วมให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อกำหนดกรอบการทำงานบนฐานข้อมูลวิชาการที่รอบด้าน

“บทบาทของคณะอนุกรรมการชุดนี้ไม่ใช่เพียงการรับฟังงานวิจัย แต่คือการติดตามและขับเคลื่อนให้องค์ความรู้เหล่านี้ถูกนำไปใช้จริงในเชิงนโยบาย โดยเฉพาะพื้นที่เชียงรายซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงจากมลพิษข้ามพรมแดน ทั้งต่อทรัพยากรน้ำ สุขภาพประชาชน และสิทธิชุมชน” นายชิบกล่าว
สำหรับการลงพื้นที่ ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คณะอนุกรรมการฯ จะรับฟังการนำเสนอผลงานวิจัยสำคัญ 5 ประเด็น ได้แก่ ผลกระทบและความเสี่ยงจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำโขงและแม่น้ำกก นวัตกรรมการบำบัดโลหะหนักในน้ำเพื่อการเกษตร โดยใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและเถ้าอุตสาหกรรมการประเมินความเสี่ยงการได้รับสารหนูและผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กนักเรียนในพื้นที่ลุ่มน้ำกก ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางแนวทางการใช้กลไกกฎหมายและสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เพื่อคุ้มครองและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษข้ามแดน และประเด็นความมั่นคงทางอาหาร วิถีชีวิตชาติพันธุ์ รวมถึงนวัตกรรมการจัดการฝุ่นควันและไฟป่า เพื่อสนับสนุนการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด

นายชิบ กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมการฯ ยังมีกำหนดเดินทางไปติดตามการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (PCCB) จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ PM2.5 แบบอัตโนมัติ
“ข้อมูลและข้อค้นพบจากงานวิจัยทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการทำงานของวุฒิสภา ผ่านกลไกของคณะอนุกรรมการ เพื่อผลักดันนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน ทั้งทางน้ำและทางอากาศ โดยยึดหลักการคุ้มครองสิทธิชุมชนและสุขภาพของเด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลาง” นายชิบ กล่าว

