ศึกป้องชายแดน! มท.สั่งผู้ว่าฯ ลุยเต็มสูบเปิดด่านสกัดยา-ค้ามนุษย์ ล้างบางอาชญากรรมข้ามชาติ

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน กระทรวงมหาดไทย (ศบค.ชด.มท.) โดยมี พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดจาก 32 จังหวัดชายแดน พร้อมผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 212/2569 จัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 โดยแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อบูรณาการการทำงานด้านความมั่นคงของประเทศอย่างเป็นระบบ

กระทรวงมหาดไทยจึงจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน กระทรวงมหาดไทย (ศบค.ชด.มท.) ทำหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงประสานการปฏิบัติกับศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านระดับจังหวัด และเชื่อมโยงข้อมูลกับกองทัพ เพื่อให้การทำงานของฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ปลัดกระทรวงมหาดไทยย้ำว่า จังหวัดชายแดนทุกแห่งต้องใช้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านระดับจังหวัดเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนภารกิจ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนติดประเทศเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งกำลังเผชิญภัยคุกคามจากขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เครือข่ายค้ามนุษย์ และการลักลอบลำเลียงยาเสพติด พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้พระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ.2524 รวมทั้งประกาศและคำสั่งของกระทรวงกลาโหมอย่างเคร่งครัด

นายอรรษิษฐ์ระบุว่า ปัญหายาเสพติดยังเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากยาเสพติดจำนวนมากถูกลักลอบนำเข้าผ่านแนวชายแดน จึงกำชับให้นายอำเภอในพื้นที่ชายแดนบูรณาการกำลังร่วมกับทหาร ตำรวจ และผู้นำท้องถิ่น ปิดกั้นช่องทางธรรมชาติ เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งผลักดันโครงการ “ตำบลปลอดยาเสพติด” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อขยายผลความสำเร็จแบบ Domino Effect จากระดับตำบล สู่ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างจังหวัดที่ไม่มีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายยาเสพติด

นอกจากนี้ ยังมอบนโยบายให้ทุกจังหวัดเดินหน้าป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ควบคู่กับการเตรียมแผนรับมือปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนในช่วงฤดูแล้ง โดยใช้ความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นกลไกสำคัญในการเจรจาแก้ไขปัญหา และรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บังคับบัญชาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ภาพรวมจะมีแนวโน้มดีขึ้นจนสามารถปรับลดพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้บางส่วน แต่ยังต้องเฝ้าระวังเหตุความไม่สงบอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้ผู้นำศาสนาเข้ามามีบทบาทในการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนตามแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และคัดเลือกกำลังพลที่มีศักยภาพเข้าปฏิบัติหน้าที่ในชุดคุ้มครองตำบล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ด้านการค้าชายแดน นายอรรษิษฐ์ย้ำว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากพบปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย และหน่วยงานหลักไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ สามารถสั่งการให้นายอำเภอตั้งด่านตรวจของฝ่ายปกครองซ้อนหน้าด่านศุลกากรได้ทันที เพื่อสกัดการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ทุกจังหวัดเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความมั่นคงชายแดน ประจำปี 2566-2570 ให้มีความชัดเจน ขณะที่พื้นที่ซึ่งมีศูนย์พักพิงผู้หนีภัยการสู้รบ และกำลังเผชิญปัญหางบประมาณจากองค์กรระหว่างประเทศลดลง ให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด โดยกระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างประสานภาคเอกชนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยที่มีศักยภาพและทักษะทางภาษาเข้าสู่ระบบแรงงานอย่างเหมาะสม

นายอรรษิษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน กระทรวงมหาดไทย ถือเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน