
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 3/2569 โดยที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนรวม 48 เรื่อง และมีมติเห็นชอบให้ดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคจำนวน 35 คดี ครอบคลุมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การให้บริการ การซื้อขายสินค้า และการค้าผ่านช่องทางออนไลน์
ข้อมูลจากการประชุมพบว่า คดีซื้อขายออนไลน์ยังคงเป็นปัญหาหลักของผู้บริโภคไทย โดยมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด สะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในยุคดิจิทัล ซึ่งผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อของการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรม
หนึ่งในคดีที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือ กรณี บริษัท สแกนดิเนเวียน ออโต้ จำกัด และบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ถูกกล่าวหาว่าผิดสัญญาซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า Volvo รุ่น EX30 หลังผู้บริโภคแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแบตเตอรี่ ขณะที่อีกคดีเป็นกรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด สมเด็จโมเดิร์นโฮม และนายจิรายุ บุษบารัตน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ถูกกล่าวหาผิดสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้านน็อกดาวน์และไม่สามารถส่งมอบบ้านได้ตามกำหนด
คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้ดำเนินการฟ้องร้องทั้งสองคดี เพื่อบังคับให้ผู้ประกอบการคืนเงินแก่ผู้บริโภคพร้อมดอกเบี้ยและชดใช้ค่าเสียหาย โดยในคดีบ้านน็อกดาวน์ยังเสนอให้ศาลพิจารณาสั่งจ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษเพิ่มเติม เพื่อสร้างบรรทัดฐานและป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคซ้ำอีก
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ สคบ. ปรับบทบาทเป็นองค์กรที่ทำงานรวดเร็ว เชิงรุก เด็ดขาด และเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้แนวทาง “สคบ. พลัส” 5 ด้าน ประกอบด้วย การป้องกันความเสียหายล่วงหน้าด้วยระบบ Consumer Risk Dashboard การยกระดับศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์สู่ระบบ One Stop Service การกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์และอีคอมเมิร์ซร่วมกับตำรวจไซเบอร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) การนำเทคโนโลยี AI มาใช้คัดกรองเรื่องร้องเรียนและแจ้งเตือนความเสี่ยงแบบอัตโนมัติ รวมถึงการยกระดับความโปร่งใสขององค์กร โดยตั้งเป้าคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ด้านการรับรู้จากภายนอกให้ได้เต็ม 100 คะแนน
“สคบ.ต้องเป็นหน่วยงานที่รวดเร็ว เชิงรุก เด็ดขาด และพึ่งพาได้ ผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภคต้องรับผิดชอบ ขณะที่ประชาชนที่ได้รับความเสียหายต้องได้รับการเยียวยาและได้เงินคืนอย่างเป็นธรรม” นางสาวศุภมาสกล่าว
ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ประชาชนตรวจสอบรายละเอียดสัญญาและเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างรอบคอบก่อนชำระเงิน โดยเฉพาะการซื้อรถยนต์ การว่าจ้างสร้างบ้าน และการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ พร้อมแนะนำให้เก็บหลักฐานการซื้อขายทุกครั้ง เพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนหากไม่ได้รับความเป็นธรรม
สำหรับ ผู้บริโภคที่ประสบปัญหาหรือถูกละเมิดสิทธิ สามารถร้องเรียนได้ผ่านสายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect และเว็บไซต์ของ สคบ. เพื่อขอรับความช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิอย่างทันท่วงที
