
ประธานสภาฯ เปิดเวทีระดับชาติแก้วิกฤต “เกิดน้อยด้อยคุณภาพ” ชี้ต้องเร่งสร้างแรงจูงใจให้คนอยากมีลูก พร้อมยกระดับคุณภาพเด็กตั้งแต่เกิด เตรียมสรุปข้อเสนอส่งนายกฯ-ครม. และผลักดันกฎหมายเข้าสภาฯ
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการ “สภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน” กิจกรรมเสวนาระดับชาติ “วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ” เพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน หาแนวทางรับมือปัญหาโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ต่ออนาคตประเทศ

ภายในงานมี ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายโสภณ กล่าวว่า เวทีครั้งนี้ตั้งใจให้เป็นจุดรวมพลังของรัฐบาล รัฐสภา ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหา “เกิดน้อยด้อยคุณภาพ” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยแม้ตรงกับวันประชุมคณะรัฐมนตรี แต่มีรัฐมนตรีถึง 4 กระทรวงเข้าร่วม สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นวาระที่ประเทศต้องเร่งหาทางออก
“วันนี้เราต้องทำให้คนอยากมีลูก และเมื่อเด็กเกิดมาแล้วต้องทำให้เขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ” นายโสภณกล่าว พร้อมระบุว่า ข้อเสนอจากเวทีจะนำไปสู่การทำงานอย่างเป็นระบบ รวมถึงการแก้ไขกฎหมาย โดยมีร่างกฎหมายที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมนี้

ประธานรัฐสภายังกล่าวถึงการต่อยอดจากโครงการใน 6 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนโครงการ “มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต” ของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวง อว. ซึ่งเห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้าควบคู่การแก้ปัญหายาเสพติดในเยาวชน
นายโสภณยังยกตัวอย่างประเทศเวียดนาม โดยระบุว่า ในอดีตไทยเคยมีความได้เปรียบด้านการศึกษา แต่ปัจจุบันเวียดนามให้ความสำคัญกับการไม่ปล่อยให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ส่งเสริมให้เรียนตามศักยภาพและมีความสุข พร้อมเปรียบเทียบปัญหายาเสพติด โดยระบุว่าเวียดนามมีผู้ติดยาเสพติดประมาณ 2 แสนคน ขณะที่ประเทศไทยมีประมาณ 4 ล้านราย
ทั้งนี้ ผลจากการระดมความคิดเห็นจะถูกรวบรวมจัดทำเป็นรายงาน เสนอต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อผลักดันไปสู่นโยบายและมาตรการที่ชัดเจนต่อไป

สำหรับเวทีเสวนา ได้แบ่งการหารือออกเป็น 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสร้างทัศนคติและแรงจูงใจในการมีบุตร มาตรการดูแลและสิทธิประโยชน์สำหรับแม่และเด็ก หลักประกันด้านการศึกษาที่ทั่วถึงและเท่าเทียม และการพัฒนากฎหมายคุ้มครองแม่และเด็กในอนาคต
การเปิดเวทีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณโครงสร้างประชากรไทยที่น่ากังวล โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนถึง 21.70% ขณะที่เด็กอายุ 0–14 ปี ลดลงเหลือเพียง 15.90% และอัตราเจริญพันธุ์รวมอยู่ที่ประมาณ 1.0 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรอย่างมาก
สถานการณ์ดังกล่าวกำลังส่งแรงกระเพื่อมต่อทั้งกำลังแรงงาน เศรษฐกิจ ระบบสวัสดิการ และความสามารถในการพัฒนาประเทศในระยะยาว ทำให้โจทย์ “เกิดน้อยด้อยคุณภาพ” ไม่ใช่เพียงปัญหาครอบครัว แต่กำลังกลายเป็น วิกฤตโครงสร้างที่ประเทศไทยไม่อาจปล่อยให้สายเกินแก้

