อลังการพระนครคีรี! นายกฯ ชูเพชรบุรีอัญมณีแห่งสยาม ปลุกท่องเที่ยวไทย

แสงไฟไล้สันเขา “เขาวัง” สาดประกายเหนือเมืองเพชรบุรี ค่ำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ บรรยากาศหน้าอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแน่นขนัดด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานการเปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” อย่างยิ่งใหญ่

พิธีเปิดนำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารจังหวัดเพชรบุรี ร่วมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนชมการแสดงชุด “ตามรอยเสด็จเพชรบุรี สมเด็จพระพันปี ชาวเพชรบุรีน้อมรำลึก” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และไฮไลต์การจุดพลุเฉลิมฉลอง 1,350 นัด ส่องฟ้าคืนประวัติศาสตร์ให้สว่างไสว

บนยอดเขา พระนครคีรี หรือ “เขาวัง” พระราชวังแห่งแรกที่สร้างบนภูเขาเมื่อ พ.ศ. 2402 ได้รับการเนรมิตแสงสีตระการตา ตอกย้ำความทรงคุณค่าของพระบรมราชานุสรณ์ในราชวงศ์จักรี และหัวใจทางวัฒนธรรมของเมืองเพชร

นายอนุทิน กล่าวบนเวทีกลาง ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องว่า งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเทศกาลประจำปี หากคือภาพสะท้อนประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และความภาคภูมิใจที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น “เพชรบุรีคือประตูสู่ภาคใต้ที่เปี่ยมเสน่ห์ มีทั้งภูเขา ทะเล แม่น้ำ และอาหารเลื่องชื่อ โดยเฉพาะขนมเมืองเพชรที่วันนี้ผู้ประกอบการใส่ใจสุขภาพ ลดหวานแต่ยังคงรสชาติ” พร้อมย้ำสถานะเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามรดกโลกอย่าง กลุ่มป่าแก่งกระจาน ที่ยกระดับศักยภาพท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติควบคู่วัฒนธรรม

ตลอด 10 วัน 10 คืน (20 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569) พื้นที่จัดงานคึกคักด้วยนิทรรศการโครงการพระราชดำริ ผลิตภัณฑ์ OTOP และกิจกรรมวัฒนธรรมที่ปลุกชีพย่านเมืองเก่า ผู้คนแต่งกายชุดไทยร่วมสร้างบรรยากาศย้อนยุคอย่างพร้อมเพรียง กลายเป็นภาพจำของ “คืนแห่งศรัทธา” ที่หลอมรวมความจงรักภักดีเข้ากับพลังเศรษฐกิจฐานราก

ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ระบุว่า การจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 39 มีเป้าหมายน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ เทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าประเทศไทยจากความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและการต้อนรับอันอบอุ่น

ทั้งนี้ มีการจุดพลุ 1,350 นัดเพื่อโชว์ความสงยงามในค่ำคืนนี้ อาจดับลงตามเวลา แต่แรงสั่นสะเทือนทางใจยังคงอยู่—เพชรบุรีไม่เพียงส่องประกายบนยอดเขา หากกำลังส่องทางอนาคตของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยอย่างสง่างาม