เงิน 215 ล้านไปไหน! กมธ.ฟอกเงินจ่อเปิดโต๊ะสอบเส้นทางเงินวัดพุทไธศวรรย์

กมธ.ฟอกเงินขยับแล้ว จ่อตรวจเส้นทางเงินวัดพุทไธศวรรย์กว่า 215 ล้านบาท ลั่นต้องรู้เงินไหลไปไหน ใครถือครองทรัพย์สิน และมาตรการยึดอายัดเดินหน้าแค่ไหน

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร และ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการเตรียมนำกรณีตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าสู่การพิจารณา เพื่อสอบหาข้อเท็จจริงและติดตามการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางเงิน หลังพบข้อมูลธุรกรรมเกี่ยวกับเงินบริจาค เงินจากการเช่าบูชาพระเครื่อง และเงินเพื่อการบูรณะวัด รวมมูลค่ากว่า 215 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลไปยังบุคคลและบัญชีอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง

นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ เส้นทางการโอนเงิน การถือครองทรัพย์สิน และความเชื่อมโยงของธุรกรรมต่าง ๆ ว่าเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมาธิการในการติดตามและสอบหาข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ กมธ.จะติดตามตั้งแต่กระบวนการตรวจสอบเส้นทางเงิน การขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่

ประธาน กมธ.ยืนยันว่า การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการจะไม่ก้าวล่วงการดำเนินคดีหรือการชี้ความผิดของบุคคลใด เนื่องจากเป็นอำนาจของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม

นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า กรณีนี้มีเงินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบจำนวนมากและประชาชนให้ความสนใจ จึงจำเป็นต้องติดตามให้ชัดว่า เงินและทรัพย์สินถูกโอนไปยังบุคคลหรือบัญชีใด และหากพบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการยึดหรืออายัดตามกฎหมายอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพหรือไม่

ทั้งนี้ จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส และหากพบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะได้ติดตามเพื่อนำกลับคืนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป