
ชลประทานที่ 13 แจ้งเตือน 5 จังหวัด หลังน้ำจากแควน้อยและแควใหญ่เพิ่มต่อเนื่อง คาดอาจต้องระบายผ่านเขื่อนแม่กลองเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เมื่อเวลา 22.38 น. วันที่ 27 กันยายน 2569 สำนักงานชลประทานที่ 13 ออกหนังสือแจ้งเตือนฉบับที่ 3 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม หลังประเมินว่าอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองเป็น มากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองท้ายเขื่อนสูงขึ้นจากปัจจุบันมากกว่า 2.50 เมตร

หนังสือลงนามโดยนายก่อพงศ์ เจ้ยแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 13 ระบุว่า เวลา 18.00 น. สถานีโทรมาตร K.58 บ้านปากแซง อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ตรวจวัดปริมาณน้ำในแม่น้ำแควน้อยได้ 1,441 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่แม่น้ำแควใหญ่มีน้ำมากและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มวลน้ำจากทั้งสองสายกำลังไหลรวมลงสู่แม่น้ำแม่กลอง
สำนักงานชลประทานที่ 13 ขอให้หน่วยงานในพื้นที่แจ้งเตือนผู้ประกอบการและประชาชนริมแม่น้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบ้านเรือนบริเวณตลิ่งล่าง ให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมติดตามประกาศสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

สำหรับระดับการระบายน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง หากเกิน 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำอาจเริ่มกระทบชุมชนวัดช่องลม อำเภอเมืองราชบุรี และหากเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีความเสี่ยงที่น้ำจะล้นตลิ่งเป็นช่วง ๆ ตามแนวแม่น้ำแม่กลอง ตั้งแต่อำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม และอำเภอเมืองราชบุรี ไปจนถึงบางพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสงคราม ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็น การคาดการณ์เพื่อเตรียมรับมือ ยังไม่ใช่การยืนยันว่าเขื่อนได้เพิ่มการระบายเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว
ข่าว/ภาพ : ปิยรัชต์ จงเจริญ ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี


