เทิดพระเกียรติในหลวง ร.10 พลิก ‘บ้านหมากแข้ง’ สู่หมู่บ้านต้นแบบแห่งความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 กองทัพไทยบูรณาการความร่วมมือกับทุกเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนราชการ หน่วยงานในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” ณ ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริ

คณะผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับฟังการบรรยายสรุปผลการพัฒนาพื้นที่ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลกกสะทอน ก่อนมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียสละ นายวิตชิณ คำนิมิตว์ พร้อมเยี่ยมชมการให้บริการทางการแพทย์ที่บูรณาการร่วมกันระหว่างกองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานพลเรือน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ ยังได้มอบอุปกรณ์การศึกษาประกอบด้วย เครื่องฉายภาพระบบดิจิทัล ดิจิทัลทีวี คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์กีฬา เครื่องผลิตออกซิเจน และแทงค์น้ำ ให้แก่โรงเรียนบ้านห้วยมุ่น โรงเรียนเย็นศิระบ้านหมากแข้ง และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหมันขาว พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนในพื้นที่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง และบ้านหมันขาว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน

จากนั้น คณะเดินทางไปยังอุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง เพื่อประกอบพิธีทักษิณานุปทานอุทิศส่วนกุศลรำลึกถึงผู้เสียสละ พร้อมเยี่ยมชมอุทยาน โดยมีมัคคุเทศก์น้อยเป็นผู้นำชม และรับฟัง “เรื่องเล่าพระบารมี” จากเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เคยถวายอารักขาอย่างใกล้ชิดแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็นร้อยเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่บ้านหมากแข้ง

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการร่วมพิธีหล่อพระพุทธรูปองค์ที่ 74 ณ ภูพระ บ้านหมากแข้ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พื้นที่ ก่อนเดินทางไปยังโรงเรียนเย็นศิระบ้านหมากแข้ง รับฟังประวัติอาคารประวัติศาสตร์ เยี่ยมชมการปรับปรุงห้องสุขา มอบอุปกรณ์การศึกษาและถุงยังชีพ เยี่ยมชมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การแจกแว่นสายตาแก่ประชาชน รวมถึงเยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าเย็นศิระตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมพิธีส่งมอบถนนเฉลิมพระเกียรติสายบ้านหมากแข้ง-บ้านหมันขาว เพื่อยกระดับการคมนาคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน

คณะยังเดินทางต่อไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหมันขาว เพื่อมอบอุปกรณ์การศึกษาและถุงยังชีพ เยี่ยมชมการเรียนการสอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การให้บริการทางการแพทย์ และการปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับอุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ถือเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งครั้งหนึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่แห่งนี้ด้วยพระองค์เอง เพื่อทรงเยี่ยมเยียนและพระราชทานกำลังใจแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในอดีต สะท้อนถึงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยความห่วงใยต่อพสกนิกรในทุกพื้นที่ของประเทศ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พื้นที่บ้านหมากแข้งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนก้าวสู่การเป็นชุมชนต้นแบบที่ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับการยกย่องให้เป็น “บ้านหมากแข้ง หมู่บ้านแห่งความยั่งยืน” อันเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน

ปัจจุบัน อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้งไม่ได้เป็นเพียงแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หากยังเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้พระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อความผาสุกของประชาชน และเป็นสถานที่ปลูกฝังให้เยาวชนและประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคง ความผาสุก และการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศชาติต่อไป