
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าประคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังพระอุโบสถ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “นวัคคหายุสมธัมม์สลับโหรบูชาเทวดานพเคราะห์” ซึ่งคณะธรรมยุตและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมกันจัดขึ้น เพื่อถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569

บรรยากาศภายในพระอุโบสถเป็นไปอย่างสงบ งดงาม และเปี่ยมด้วยความศรัทธา โดยพิธีดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญที่สืบทอดมาอย่างยาวนานในสังคมไทย สะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างพระพุทธศาสนากับสถาบันพระมหากษัตริย์

สำหรับ “นวัคคหายุสมธัมม์” มีความหมายว่า ธรรมอันเสมอด้วยอายุแห่งการกำหนดด้วยองค์ 9 หรือธรรมที่เป็นเครื่องเกื้อหนุนให้อายุยืนยาวดุจนพเคราะห์ เป็นบทสวดมนต์ที่ได้รับการเรียบเรียงขึ้นใหม่ตามพระดำริของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุสฺสเทวมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งได้ถวายพระพรแนะนำให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงจัดพิธีสวดสลับกับการโหรบูชาเทวดานพเคราะห์ แทนพิธีสะเดาะพระเคราะห์แบบเดิม

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยให้กำหนดพิธีสวดนวัคคหายุสมธัมม์เป็นราชประเพณีสำหรับพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา จนกลายเป็นธรรมเนียมที่ได้รับการสืบทอดต่อเนื่องตั้งแต่รัชกาลที่ 5 มาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

ปัจจุบัน มหาเถรสมาคมมีมติให้คณะสงฆ์ทุกเขตการปกครองทั่วประเทศจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์สลับโหรบูชาเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อถวายพระราชกุศลและเสริมสร้างสิริมงคลแก่บ้านเมือง

ทั้งนี้ ระเบียบการสวดนวัคคหายุสมธัมม์ได้รวบรวมพระพุทธมนต์และพระสูตรสำคัญในพระพุทธศาสนาไว้เป็นระบบ ถือเป็นสวัสดิมงคลทั้งแก่เทวดาและมนุษย์ ผู้ได้สดับรับฟังและศึกษาความหมาย ย่อมได้รับข้อคิดแห่งการดำเนินชีวิต เกิดสมาธิ ปัญญา และความเจริญงอกงามทางจิตใจ อันเป็นพลังสำคัญในการสร้างความสงบสุขแก่สังคมและประเทศชาติสืบไป




