
กทม.กางแผนเชื่อม Gov.BKK เข้ากับ “ถามรัฐ” ไม่สร้างระบบใหม่ซ้ำซ้อน เลือกการเปิดกิจการดูแลผู้สูงอายุเป็นโมเดลแรก ก่อนจัดทำพิมพ์เขียวเชื่อมบริการภาครัฐและขยายผลในอนาคต
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวอรัญญา พรไชยะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมกิจกรรมทดสอบต้นแบบนโยบายโจทย์บูรณาการที่ 2 “การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงอย่างรับผิดชอบ” ภายใต้หลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง : ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (ป.ย.ป.) ประจำปี 2569 ที่โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ เขตปทุมวัน

หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือโครงการต้นแบบ “ถามรัฐ” (Cross-Agency Agentic AI) ซึ่ง กทม.ร่วมกับสำนักงาน ป.ย.ป. และหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ศึกษาการนำ AI มาเป็นตัวช่วยเชื่อมกระบวนการให้บริการระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเป็น “คนกลาง” วิ่งประสานราชการด้วยตัวเองเหมือนที่ผ่านมา
แนวทางสำคัญของ กทม.คือการนำระบบ Gov.BKK ที่มีอยู่แล้วมาศึกษาโครงสร้างข้อมูล ระบบสารสนเทศ และช่องทางเชื่อมโยง API เพื่อค้นหา “จุดเชื่อมต่อ” กับระบบถามรัฐ โดยยืนยันหลักคิดว่าจะไม่สร้างระบบใหม่ขึ้นมาซ้ำซ้อน หากสามารถเชื่อมโยงกับโครงสร้างเดิมได้

สำหรับโมเดลทดสอบแรก กทม.เลือกกรณี “การขอเปิดกิจการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพฯ” มาวิเคราะห์ Service Journey ตั้งแต่การตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน การขออนุญาตอาคาร ไปจนถึงการขอใช้น้ำและไฟฟ้า ซึ่งในทางปฏิบัติเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและหลายขั้นตอน
กทม.จะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแยกให้ชัดว่า ขั้นตอนใดสามารถให้ AI ดำเนินการหรือช่วยประสานงานได้ ขั้นตอนใดต้องได้รับความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA และเรื่องใดยังคงต้องให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีเข้าไปแทนที่อำนาจตามกฎหมายและต้องรักษาหลักธรรมาภิบาลไว้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม โครงการ “ถามรัฐ” ยังอยู่ในช่วงศึกษากระบวนงานและเตรียมพัฒนาระบบต้นแบบระยะที่ 1 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างลงพื้นที่ศึกษาระบบ Gov.BKK วิเคราะห์โครงสร้างข้อมูล API และกระบวนงานจริง รวมถึงรวบรวมข้อมูลด้านกฎหมาย ขั้นตอนการอนุญาต ข้อจำกัดทางเทคนิคและ PDPA จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กทม. สำนักงาน ก.พ.ร. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกระทรวงสาธารณสุข
เมื่อรวบรวมข้อมูลครบถ้วน จะนำมาจัดทำ “กรอบการเชื่อมโยงบริการภาครัฐ” (Cross-Agency Integration Blueprint) ก่อนพัฒนาเป็นระบบต้นแบบในเฟสแรก เพื่อทดลองใช้งานจริงในพื้นที่กรุงเทพฯ

ผลจากการทดลองจะถูกนำไปสรุปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล โดยมีเป้าหมายขยายโมเดลไปสู่บริการภาครัฐด้านอื่นในอนาคต หากทำได้สำเร็จ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริการราชการ จากระบบที่ประชาชนต้องเดินตามขั้นตอนของหลายหน่วยงาน ไปสู่ระบบที่หน่วยงานรัฐและเทคโนโลยีเป็นฝ่ายเชื่อมบริการเข้าหาประชาชนแทน
