เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำอย่างสง่างามกองทัพเรือซ้อมใหญ่พระราชพิธีแห่งแผ่นดิน

กองทัพเรืออัญเชิญ “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสมพระเกียรติ เปิดฉากเตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน 2569 เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมเดินหน้าฝึกกำลังพลกว่า 2,200 นาย และเรือพระราชพิธี 52 ลำ ก่อนพิธีจริง 6 พฤศจิกายนนี้

เมื่อเวลา 20.32 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 กองทัพเรือประกอบพิธีอัญเชิญ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัด ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ประจำปี 2569 เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา

ภายหลังเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ถูกอัญเชิญลงจากคาน นายเรือพร้อมกำลังพลประจำเรือได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนบูชาแม่ย่านางเรือ และถวายบังคมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเคลื่อนเรือออกจากคลองบางกอกน้อยเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าไปยัง อู่ทหารเรือธนบุรี ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ผ่านสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช ท่ามหาราช ท่าช้าง และวัดระฆังโฆสิตาราม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงเข้าจอดที่อู่หมายเลข 1 ท่ามกลางบรรยากาศสง่างามและเปี่ยมด้วยความศักดิ์สิทธิ์

การอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำในปีนี้ จะดำเนินการระหว่างวันที่ 5-8 สิงหาคม วันละ 1 ลำ รวม 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ก่อนนำไปประจำยังอู่ทหารเรือธนบุรี เพื่อเตรียมเข้าสู่การฝึกซ้อม

มรดกแห่งแผ่นดิน งดงามคู่สายน้ำไทย

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ถือเป็นเรือพระราชพิธีอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อว่า “เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์” ปรากฏอยู่ในบทเห่เรือของ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) ที่กล่าวถึงความงดงามของเรือไว้อย่างวิจิตร

เรือพระที่นั่งลำปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และแล้วเสร็จในสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี พลเรือตรีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการต่อเรือ ก่อนประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2454

โขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจกอย่างวิจิตร ภายในประดิษฐานบุษบกสำหรับเป็นที่ประทับ ความยาวตลอดลำ 44.90 เมตร กว้าง 7.17 เมตร ใช้กำลังพลประจำเรือรวม 71 นาย ประกอบด้วยฝีพาย 50 นาย นายเรือ นายท้าย พลสัญญาณ คนขานยาว ผู้ถือฉัตร และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง

ด้วยความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2535 เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ได้รับ The World Ship Trust Heritage Award จากองค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร ในฐานะเรือมรดกทางทะเลอันทรงคุณค่าของโลก

กองทัพเรือเร่งซ่อม-ฝึกเต็มกำลัง

กองทัพเรือ สำนักพระราชวัง และกรมศิลปากร ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ร่วมกันซ่อมบำรุงเรือพระราชพิธี เตรียมกำลังพล และฝึกซ้อมฝีพาย เพื่อให้พระราชพิธีดำเนินไปอย่างสมพระเกียรติ

อู่ทหารเรือธนบุรีได้ซ่อมบำรุงเรือด้วยภูมิปัญญาช่างไทยโบราณ โดยใช้วิธี ตอกหมันเรือ อุดร่องไม้ด้วยด้ายดิบ ก่อนลงชันยาเรือผสมน้ำมันยางเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมและเพรียงกัดกินเนื้อไม้ จากนั้นส่งมอบให้กรมศิลปากรตกแต่งลวดลายและรายละเอียดศิลป์จนแล้วเสร็จ ก่อนอัญเชิญลงน้ำเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการฝึกซ้อม

ฝึกเข้มฝีพายกว่า 2,200 นาย

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของพระราชพิธีคือการฝึกกำลังพล กองทัพเรือได้อบรม นายเรือพระราชพิธี 58 นาย และ นายท้าย 104 นาย เพื่อทำหน้าที่ครูฝึก ก่อนกระจายไปฝึกฝีพายประจำเรือแต่ละลำ

ปัจจุบันการฝึกอยู่ในขั้นตอนการพายในน้ำ ก่อนเข้าสู่การฝึกจัดรูปขบวนในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ตามลำดับ

ส่วน “กาพย์เห่เรือ” ที่ใช้ในพระราชพิธีครั้งนี้ ยังคงประพันธ์โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้เคยแต่งกาพย์เห่เรือสำหรับพระราชพิธีมาแล้วถึง 7 ครั้ง และขณะนี้อยู่ระหว่างการประพันธ์บทใหม่สำหรับพระราชพิธีปี 2569

ขบวนเรือพระราชพิธีสุดอลังการ 52 ลำ

การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งนี้ ใช้กำลังพล 2,200 นาย และเรือพระราชพิธีรวม 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย มีความยาวตลอดขบวน 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร

ริ้วสายกลางประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง ส่วนเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชทำหน้าที่อัญเชิญผ้าพระกฐิน พร้อมเรือกลอง เรือแซง และเรือตำรวจประกอบขบวน

ริ้วสายในประกอบด้วยเรือประตูหน้า เรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ทั้ง 8 ลำ และเรือเอกไชยคู่ชัก ขณะที่ริ้วสายนอกเป็นเรือดั้งและเรือแซงเรียงรายอย่างสง่างาม

ซ้อมย่อย 10 ครั้ง ก่อนพิธีจริง 6 พฤศจิกายน

กองทัพเรือกำหนด การซ้อมย่อย 10 ครั้ง ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม โดยเริ่มครั้งแรกวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ก่อนซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม

ประชาชนสามารถร่วมชมการฝึกซ้อมและร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ได้ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ สะพานกรุงธนบุรี ถึง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

กำลังพลทุกนายยืนยันความภาคภูมิใจที่ได้รับโอกาสปฏิบัติหน้าที่ในพระราชพิธีสำคัญของแผ่นดิน พร้อมทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 งดงาม สมพระเกียรติ และเป็นภาพประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าแห่งสายน้ำไทยอีกครั้ง

ภาพ : กองทัพเรือ