
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหาย กรณีพบข้อมูลในระบบ “หมอพร้อม” ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งประวัติการรักษาพยาบาล ผลการตรวจคัดกรองสุขภาพ การวินิจฉัยโรค ประวัติการจ่ายยา รวมถึงข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่ายา ซึ่งมีการบันทึกย้อนหลังตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยผู้เสียหายเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พร้อมเชิญหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ
ภายหลังรับเรื่อง นายสกลธี เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้เสียหายถึงโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินการเชิญผู้แทนโรงพยาบาลเข้าชี้แจงตามขั้นตอน ซึ่งจะต้องเสนอขอมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการล่วงหน้า รวมถึงเตรียมเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเข้าชี้แจงด้วย ภายหลังรัฐมนตรีระบุว่าจะใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงประมาณ 2 สัปดาห์

นายสกลธี กล่าวว่า คาดว่าการประชุมคณะกรรมาธิการครั้งถัดไปในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ จะมีความชัดเจนมากขึ้น พร้อมย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบสาธารณสุขและหน่วยงานภาครัฐ จึงจำเป็นต้องหาผู้รับผิดชอบให้ได้ ไม่ว่าความผิดพลาดจะเกิดจากการบันทึกข้อมูลโดยเจตนาหรือเกิดจากความบกพร่องของระบบก็ตาม
ด้านนายรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ผู้เสียหายจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ทั้งในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว แต่เพื่อให้การตรวจสอบครอบคลุมทุกมิติ จึงนำเรื่องมายื่นต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขอีกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้เสียหายต้องการให้คณะกรรมาธิการเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวง ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อสิทธิของผู้เสียหาย แต่ยังสร้างความกังวลต่อประชาชนเกี่ยวกับความถูกต้องและความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพในระบบของรัฐ หากไม่มีผู้ใดออกมารับผิดชอบ
ขณะที่หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ มารดาของตนได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่ามีการพูดในลักษณะกดดันและข่มขู่ เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีหรือร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ครอบครัวเกิดความวิตกกังวลต่อความปลอดภัย และต้องการให้หน่วยงานของรัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้ความคุ้มครองผู้เสียหายอย่างเป็นธรรม

