
ผบ.ทบ.ตรวจเข้ม “ม้าเหล็ก VN-1” ถึงสนามฝึกสุโขทัย ลั่นสงครามยุคใหม่เปลี่ยนเร็ว ต้องฝึกให้เหมือนรบจริง สร้างกำลังพล-ยุทโธปกรณ์ให้พร้อมเป็น “อำนาจกำลังรบ” รับมือทุกสถานการณ์
พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วยระดับหมู่ ตอน และหมวดทหารม้าบรรทุกยานเกราะ ของกรมทหารม้าที่ 2 กองพลทหารม้าที่ 1 ณ พื้นที่ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพภาคที่ 3 จังหวัดสุโขทัย โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 ให้การต้อนรับ พร้อมรายงานผลการฝึกและความพร้อมของกำลังพล

ภารกิจครั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้รับฟังการบรรยายสรุปการจัดการฝึก ก่อนติดตามชมการสาธิตสมรรถนะของ “VN-1” ยานเกราะล้อยาง 8×8 รวมถึงการปฏิบัติทางยุทธวิธีของหมวดทหารม้าบรรทุกยานเกราะ ซึ่งจำลองภารกิจสำคัญทั้ง “การเข้าตี-การตั้งรับ-การรบหน่วงเวลา” เพื่อทดสอบขีดความสามารถและความพร้อมของหน่วยภายใต้สถานการณ์ทางยุทธวิธี
จากนั้น พลเอก พนา ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่เข้ารับการฝึกอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติ ตลอดจนตรวจสอบความพร้อมของหน่วยในทุกมิติ

พลเอก พนา กล่าวต่อกำลังพลกรมทหารม้าที่ 2 กองพลทหารม้าที่ 1 ว่า จากการรับฟังบรรยายสรุปและตรวจเยี่ยมการฝึกครั้งนี้ ทำให้มีความเชื่อมั่นในขีดความสามารถของกำลังพลว่าจะสามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผบ.ทบ.ย้ำว่า ปัจจุบันสถานการณ์ด้านความมั่นคงกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่รูปแบบการรบมีความซับซ้อนและแตกต่างจากอดีตอย่างมาก ดังนั้น “การฝึกที่ได้มาตรฐานและมีความสมจริง” จึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อแปรเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่ให้กลายเป็นอำนาจกำลังรบที่มีประสิทธิภาพ และพร้อมรองรับภารกิจในทุกสถานการณ์

สำหรับยานเกราะล้อยาง ผบ.ทบ.ระบุว่า ถือเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีความคล่องตัวสูง สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว และมีอำนาจการยิงที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการดำเนินกลยุทธ์ สามารถรองรับภารกิจได้ทั้งการเข้าตี การตั้งรับ และการร่นถอย
อย่างไรก็ตาม ต่อให้ยุทโธปกรณ์มีขีดความสามารถสูงเพียงใด การจะดึงศักยภาพของยานเกราะล้อยางออกมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องอาศัยการประสานงานอย่างเป็นระบบ ทั้งระหว่างผู้บังคับหน่วย พลประจำรถ และหน่วยสนับสนุน โดยขีดความสามารถเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องสร้างขึ้นจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ผบ.ทบ.ยังเน้นย้ำว่า การฝึกเป็นหน่วยตั้งแต่ระดับหมู่ ตอน และหมวด ถือเป็น “รากฐานสำคัญของความพร้อมรบ” เพราะเป็นจุดเริ่มต้นให้กำลังพลได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติภารกิจทางยุทธวิธีร่วมกัน สร้างทั้งความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในหน่วย

ก่อนจะต่อยอดไปสู่การฝึกในระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้ทุกหน่วยสามารถนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทักษะจากสนามฝึก ไปสู่ความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจภายใต้สถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ



