โลกร้อนกระทบทุกมิติ “วราวุธ”ชี้ไทยเสี่ยงจมน้ำ–เกษตรพัง แนะปรับตัวคือทางรอด

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเวที SX TALK หัวข้อ “Global Adaptation” ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 โดยสะท้อนมุมมองว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กระทบตั้งแต่เศรษฐกิจ ชุมชน ไปจนถึงชีวิตประจำวัน และ “การปรับตัว” คือทางรอดที่ทุกประเทศต้องทำให้จริงจัง

นายวราวุธกล่าวว่า ปัญหาโลกร้อนเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเกินสมดุล จนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ภัยพิบัติรุนแรงและถี่ขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำทะเลหนุนสูง เกิดทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และไฟป่า ซึ่งประเทศไทยมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ราบลุ่มภาคกลาง พื้นที่ชายฝั่งทะเล ภาคเหนือและอีสานที่เสี่ยงแล้งซ้ำซาก รวมถึงเกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบหนัก สุดท้ายจะกระทบถึงเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

เขาระบุว่า ไทยมีแผน National Adaptation Plan (NAP) ที่ส่งต่อ UNFCCC ตั้งแต่ปี 2566 ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ น้ำ เกษตรและอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ อย่างไรก็ตาม จากการจัดอันดับ Global Climate Resilience Ranking ไทยอยู่อันดับ 80 ของโลก และที่ 4 อาเซียน รองจากสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย สะท้อนว่ายังต้องลงทุนด้านการปรับตัว (Adaptation) มากขึ้น โดยเฉพาะในมิติทางสังคมที่ดูแล “กลุ่มเปราะบาง” อย่างผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน และคนพิการ ซึ่งมักได้รับผลกระทบหนักที่สุด

นอกจากนี้ นายวราวุธยังเตือนว่า ไทยกำลังเผชิญวิกฤตซ้อน คือ โลกร้อน และ วิกฤตประชากร เนื่องจากเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว ขณะที่อัตราการเกิดต่ำลง ทำให้ขาดแคลนแรงงาน เมื่อสองวิกฤตนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน จะเป็นมหันตภัยใหญ่ในอีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศจึงต้องวางแผนอย่างรอบด้าน และอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ

“วันนี้ผมอยู่ฝ่ายค้าน ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ เสนอแนวทาง และดูแลประชาชนเต็มที่ ความรู้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง แต่ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้และการนำไปใช้ ผมอยู่ตรงไหนก็พร้อมทำงานให้ดีที่สุด” นายวราวุธย้ำ