
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบนโยบายแก่ผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้า นำโดยนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โดยเน้นย้ำบทบาทสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติในการร่วมขับเคลื่อนประเทศควบคู่กับฝ่ายบริหาร ผ่านการผลักดันกฎหมายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
นายโสภณกล่าวอย่างชัดเจนว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของรัฐสภาในช่วงเวลานี้ คือการเร่งทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ โดยระบุว่าปัจจุบันยังมีกฎหมายจำนวนไม่น้อยที่ใช้บังคับต่อเนื่องมายาวนานกว่า 100 ปี จนไม่สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคใหม่

“ในยุคของผม อยากเห็นกฎหมายที่ไม่ทันสมัยถูกนำกลับมาทบทวน หากฉบับใดเป็นภาระหรือไม่ตอบโจทย์สังคมปัจจุบัน ก็ต้องกล้ารื้อ กล้าปรับปรุง เพื่อให้กฎหมายเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ ไม่ใช่อุปสรรคของประชาชน” นายโสภณกล่าว พร้อมระบุว่า นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าว
ประธานสภาผู้แทนราษฎรยังได้ขอความร่วมมือจากสถาบันพระปกเกล้านำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อระบอบประชาธิปไตย การบริหารราชการแผ่นดิน และการพัฒนาประเทศ มาสนับสนุนการทำงานของรัฐสภาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ นายโสภณยังสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์ทางการเมืองและสังคม โดยเห็นว่าการพัฒนาประเทศจะเกิดขึ้นได้ยาก หากทุกฝ่ายยังคงจมอยู่กับความขัดแย้งและการสร้างวาทกรรมโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง
“หากต้องการเห็นประเทศเดินหน้า เราต้องช่วยกันลดวาทกรรม ลดความขัดแย้ง และไม่เหมารวมองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เพราะทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี สิ่งสำคัญคือการร่วมกันสร้างระบบที่ทำให้คนดีได้ทำงานเพื่อประเทศ” นายโสภณกล่าว

ท้ายที่สุด ประธานสภาผู้แทนราษฎรย้ำว่า สภาผู้แทนราษฎรและสถาบันพระปกเกล้าควรทำงานเชื่อมโยงองค์ความรู้เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การออกกฎหมายและการกำหนดนโยบายสาธารณะตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

