
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผู้อำนวยการพระคลังข้างที่ ลงพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ และรายงานผลการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบนเกาะอย่างใกล้ชิด

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ “ภารกิจฟื้นชีวิตกระรอกขาวเกาะสีชัง” สัตว์ป่าชนิดย่อยหายากระดับโลก (Finlayson’s squirrel) ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยขนสีขาวนวล และพบได้เพียงแห่งเดียวบนเกาะสีชังเท่านั้น
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากการสำรวจล่าสุด พบประชากรกระรอกขาวไม่น้อยกว่า 176 ตัว กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่สำคัญของเกาะ โดยจุดที่มีความหนาแน่นสูง ได้แก่
- วัดถ้ำพรเพ็ญ 36 ตัว
- สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 33 ตัว
- อุโมงค์ต้นไม้ถึงแหลมงู 23 ตัว
- วัดจุฑาทิศถึงแหลมสีชัง 22 ตัว


ตัวเลขดังกล่าวสะท้อน “สัญญาณบวก” ของระบบนิเวศที่เริ่มฟื้นตัว หลังจากการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเข้มงวด และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่
นอกจากการสำรวจและฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าแล้ว กรมอุทยานฯ ยังเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้ให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน ผ่านการติดตั้งป้ายสื่อความหมายธรรมชาติกว่า 20 จุดทั่วเกาะ รวมถึงการจัดสร้าง “รูปปั้นกระรอกขาวจำลอง” ในพื้นที่สำคัญ เช่น แหลมจักรพงษ์ และท่ายายทิม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์

ภายหลังการประชุม ราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมจุดติดตั้งรูปปั้นกระรอกขาว ณ บริเวณท่ายายทิม (ทะเลแหวก) ซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่สะท้อนความพยายามในการปกป้องสัตว์หายากของไทย
ทั้งนี้ สถานการณ์ของกระรอกขาวเกาะสีชังมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการบูรณาการทำงานของภาครัฐ ภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของประชาชนในพื้นที่

“เกาะสีชัง” จึงไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวกลางทะเล หากแต่กำลังกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนา ที่ผสาน “การอนุรักษ์” และ “คุณภาพชีวิต” ไว้อย่างสมดุล เพื่อให้ทั้งคนและสัตว์ป่าได้อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนในผืนแผ่นดินเดียวกัน


