
ดร.ธีธัช สุขสะอาด รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD Asset Development ผู้บริหารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ เปิดเผยว่า ได้เร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศให้กับอาคารในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แบ่งเป็นแบบแขวนบนฝ้าในศูนย์อาหาร อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) จำนวน 32 เครื่อง และอาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) จำนวน 40 เครื่อง และติดตั้งเครื่องกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ โดยใช้แผ่นกรองชนิด MERV 14 ติดตั้งในระบบของเครื่องจ่ายอากาศบริสุทธิ์ (FAU) ของอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A ) จำนวน 195 เครื่อง และอาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) จำนวน 349 เครื่อง

ใช้เทคโนโลยีอากาศเพื่อสุขภาพที่ดี
สำหรับแผ่นกรองอากาศ MERV 14 จะเหมาะกับระบบปรับอากาศและระบายอากาศแบบศูนย์รวม หรือ HVAC System ที่ติดตั้งให้กับอาคาร A และอาคาร B โดยเทียบเท่า F8 เป็นแผ่นกรองที่มีประสิทธิภาพสูงระดับหยาบ-ละเอียด หรือ Medium-High Efficiency ที่นิยมใช้ในระบบ HVAC เชิงพาณิชย์ ทั้งในโรงพยาบาล และอุตสาหกรรมยา สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้สูงถึง 85-95% ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก เชื้อโรค และเกสรดอกไม้ ได้ดีเยี่ยม ป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกในระบบปรับอากาศได้ดี

จากการเก็บข้อมูลจำนวนผู้เดินทางเข้ามายังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งอาคาร A อาคาร B และอาคาร C ทั้ง ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน เฉลี่ยวันละ 20,000 คน จึงเป็นเหตุผลให้ DAD ใส่ใจเรื่องการให้บริการ และคุณภาพชีวิต ตั้งแต่การพัฒนาระบบจราจร การพัฒนาอาคารจอดรถ การกำจัดขยะ การบริหารจัดการน้ำ และการบริหารจัดการอากาศภายในอาคาร ซึ่งปีที่ผ่านมา DAD ได้ติตดั้งม่านอากาศ (Air Curtain) ไปแล้วที่บริเวณประตูทางเข้าหลักอาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) จำนวน 7 จุด และบริเวณประตูทางเข้าอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) อีก 14 จุด เป็น “กำแพงลม” กั้นอากาศภายนอกและภายใน ช่วยลดการเข้ามาของฝุ่น ที่ครอบคลุมPM2.5 ควัน กลิ่น แมลง และยังช่วยประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใส่ใจคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ดำเนินงานภายใต้แนวคิด การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) จึงให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environmental & Social Responsibility) ผ่านการพัฒนา ระบบคุณภาพอากาศภายในอาคาร เพื่อดูแลสุขภาวะของข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

อย่างไรก็ตามการพัฒนาระบบอากาศอย่างเป็นองค์รวม ส่งผลให้ผู้ใช้อาคารได้รับ คุณภาพอากาศที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพิ่มความสบายในการทำงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนที่เข้ามาติดต่อราชการ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ภายนอกอาคารอยู่ในระดับสูง อีกทั้งเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ได้แก่ SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน และ SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้นเป็นต้นแบบของสถานที่ราชการที่พัฒนาอาคาร และสภาพแวดล้อม ที่คำนึงถึงสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของทุกคน เพื่อสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคมอย่างยั่งยืนในระยะยาว
