DSI หอบสำนวนคดีแตงโมถึงมือ ป.ป.ช.แม่ลั่น 4 ปีใกล้ถึงจุดหมาย

คดี “แตงโม” เดินหน้าอีกขั้น DSI ส่งสำนวนสืบสวนให้ ป.ป.ช.พิจารณา ปมสงสัยมีบุคคลร่วมบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม “แม่ภนิดา” เชื่อใกล้ถึงจุดหมาย หลังรอความจริงมากว่า 4 ปี

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเกรียงศักดิ์ สุวรรณศรี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำสำนวนคดีสืบสวนที่ 20/2568 กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ “แตงโม” ส่งมอบให้ ป.ป.ช.พิจารณา หลังมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าอาจมีกลุ่มบุคคลในส่วนต่างๆ ร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับ การส่งมอบสำนวนครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง DSI ใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานนานกว่า 1 ปี โดยมี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นายอัจฉริยะ เรืองรัตน์พงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาของแตงโม เดินทางมาติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

นายเกรียงศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังส่งมอบสำนวนแล้ว คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาของ ป.ป.ช. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดหรือเนื้อหาในสำนวนได้ เนื่องจากมีกฎหมายกำหนดไว้ และการเปิดเผยอาจมีความผิดทางอาญา

สำหรับเอกสารและสำนวนที่นำส่งมีจำนวนค่อนข้างมาก จากนี้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะตรวจสอบและพิจารณาตามขั้นตอน หากมีการเรียกเจ้าหน้าที่ DSI เข้าให้ถ้อยคำหรือขอเอกสารเพิ่มเติม ก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ด้าน นายปานเทพ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องมาจากนายอัจฉริยะและนางภนิดา ยื่นเรื่องต่อ DSI ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในคดีการเสียชีวิตของแตงโม กระทั่ง DSI รวบรวมพยานหลักฐานและส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.พิจารณาตามอำนาจหน้าที่

นายปานเทพระบุว่า สิ่งที่พยายามพิสูจน์มาตลอด 4 ปีไม่ได้สูญเปล่า เพราะอย่างน้อยคดีเดินทางมาถึงขั้นตอนที่ ป.ป.ช.จะเป็นผู้พิจารณาแล้ว ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญ ส่วนท้ายที่สุดจะมีการชี้มูลความผิดหรือไม่ เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ส่วนกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าไม่พบมูลความผิดและมีการสั่งยุติการสืบสวน นายปานเทพกล่าวว่า เชื่อว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ขณะที่ นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ตลอด 4 ปีที่พยายามติดตามและพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของแตงโม ตนถูกตำรวจฟ้องร้องถึง 6 คดี โดยศาลยกฟ้องแล้ว 4 คดี และมีคำสั่งไม่ฟ้องอีก 2 คดีเนื่องจากเป็นการฟ้องซ้ำ ขณะที่ยังมีคดีอื่นที่ถูกดำเนินการอยู่

นายอัจฉริยะมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงแรงกดดันที่ได้รับตลอดช่วงเวลาที่พยายามค้นหาความจริง ส่วนจากนี้ต้องรอว่า ป.ป.ช.จะพิจารณาพยานหลักฐานและมีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ด้าน นางภนิดา มารดาของแตงโม เปิดใจว่า หลังเรื่องเดินทางมาถึงขั้นตอนนี้ รู้สึกเหมือนสิ่งที่อึดอัดอยู่ภายในได้ถูกปลดออกไป และเชื่อว่ากำลังเข้าใกล้จุดหมายที่ทุกคนต้องการ แม้อาจต้องรออีกระยะหนึ่ง แต่มั่นใจว่าที่ผ่านมาทุกฝ่ายเดินมาถูกทางแล้ว

แม่แตงโมยังยอมรับตรงๆ ว่า ยังเคืองใจคนบนเรือทุกคน และไม่ได้ติดต่อพูดคุยกันอีก เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีการพูดว่าจะช่วยดูแลแม่ แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีใครเข้ามาดูแลตามที่เคยรับปากไว้

การส่งสำนวนจาก DSI ถึงมือ ป.ป.ช.ครั้งนี้ จึงกลายเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของคดีที่สังคมติดตามมานานกว่า 4 ปี โดยจากนี้ทุกสายตาจะจับจ้องไปยังการพิจารณาของ ป.ป.ช.ว่า พยานหลักฐานที่ DSI รวบรวมมานั้น จะนำไปสู่การไต่สวนและชี้มูลเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่