
ผู้ว่าฯชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจเคหะร่มเกล้าหลังน้ำลด ผวาขยะสะสมทะลักกว่า 5,000 ตัน สั่งระดมกำลังพล 600 นายและใช้ระบบกองทัพมดเคลียร์จบใน 3 วัน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามภารกิจ “ร่วมแรงฟื้นกรุง” ณ ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง หลังมวลน้ำเริ่มคลี่คลายและระดับน้ำในคลองประเวศลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ทิ้งไว้เบื้องหลังคือซากความเสียหายและกองขยะมหาศาลที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตลาดกระบัง หนองจอก และมีนบุรี ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ที่คาดว่าจะตกลงมาสมทบในวันพรุ่งนี้ แม้กรมอุตุฯ จะคาดการณ์ปริมาณฝนไม่เกิน 20 มิลลิเมตร แต่ กทม. ก็ไม่นิ่งนอนใจ เตรียมความพร้อมรับมือเต็มพิกัด

หัวใจสำคัญในนาทีนี้คือ “ศึกขยะสะสม” ที่ประเดประดังเข้ามาไม่หยุด โดยเฉพาะที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า พบปริมาณขยะตกค้างหลังน้ำลดพุ่งสูงถึงกว่า 5,000 ตัน ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรง งานนี้ กทม. จึงต้องงัดไม้เด็ด ระดมกำลังพลเจ้าหน้าที่ลุยฝุ่นลุยโคลนกว่า 600 นาย พร้อมดึงกำลังสำรองจากสำนักงานเขตที่รอดพ้นจากน้ำท่วมเข้ามาเสริมทัพ เร่งระดมเครื่องมือ รถขนย้าย และแรงงานเต็มพิกัด ตั้งเป้าล้างบางกองขยะให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนภายใน 3 วัน และลุยต่อเนื่องไม่มีวันหยุดจนกว่าจะเกลี้ยงพื้นที่

เพื่อแก้ปัญหาซอยแคบที่รถบรรทุกใหญ่เข้าไม่ถึง กทม. จึงผุดยุทธวิธี “กองทัพมด” แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ขั้นตอนเด็ดขาด เริ่มจาก 1. ระดมแรงงานเก็บกวาดขยะจากซอยย่อยมากองรวมกันที่ถนนหลัก 2. ใช้รถบรรทุกและเครื่องจักรเล็กทยอยขนย้ายไปยังจุดพักขยะ และ 3. ใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ลำเลียงส่งไปยังสถานที่กำจัดขั้น 2 อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เตรียมขยายแผนลุยต่อที่หมู่บ้านนักกีฬา เขตสะพานสูง เน้นช่วยเหลือบ้านพักชั้นเดียวและสองชั้นที่จมน้ำจนข้าว ของเสียหายยับเยิน

ด้านมาตรการเร่งด่วน กทม. จัดลำดับความสำคัญโดยเริ่มเคลียร์จากหน้าบ้านและซอยย่อยที่ประชาชนเดือดร้อนหนักที่สุด พร้อมจัดเทศกิจคุมเข้มการจราจรเพื่อไม่ให้รถขนขยะซ้ำเติมปัญหาการเดินทาง ส่วนจุดพักขยะได้สั่งการให้ตั้งอยู่ห่างไกลชุมชนมากที่สุดเพื่อป้องกันกลิ่นและเชื้อโรค พร้อมเร่งประสานหน่วยงานแก้ปัณหาน้ำประปาไม่ไหล และส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลุย 4 เขตดูแลสุขภาพชาวบ้านหลังวิกฤต

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ส่งเสียง Wards ถึงพี่น้องประชาชน ขอความร่วมมือ “งดเดินทางเข้าพื้นที่ฟื้นฟูโดยไม่จำเป็น” และเด็ดขาดคือ “ห้ามนำขยะนอกพื้นที่เข้ามาทิ้งเด็ดขาด” รวมถึงงดทิ้งวัสดุก่อสร้างและขยะอันตราย เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมวอนให้คนไทยทุกคนร่วมมือร่วมใจก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันเพื่อคืนเมืองหลวงที่สะอาดและน่าอยู่กลับคืนมาโดยเร็ว





