กทม.ลุยตรวจสถานบันเทิงย่านสุขุมวิทสั่งเคลียร์ทางหนีไฟใน 30 วันหวั่นเสี่ยงซ้ำรอยโศกนาฏกรรม

กทม.เดินหน้ายกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานบันเทิงอย่างเข้มข้น โดยเมื่อคืนวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวพิมพ์จุฑา สกุนสิทธิ์ธาดา ผู้อำนวยการเขตวัฒนา คณะผู้บริหารสำนักงานเขตวัฒนา เจ้าหน้าที่ และตำรวจท้องที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการและสถานบันเทิงในพื้นที่เขตวัฒนา เพื่อกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งตรวจสอบความพร้อมด้านความปลอดภัยเชิงรุก โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า ไฟฉุกเฉิน อุปกรณ์ดับเพลิง และป้ายทางหนีไฟที่ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา พร้อมเน้นย้ำกับผู้ประกอบการทุกแห่งว่า “ทางหนีไฟต้องโล่ง ห้ามล็อก ห้ามมีสิ่งกีดขวางโดยเด็ดขาด” เพื่อป้องกันการสูญเสียหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบจำนวนผู้ใช้บริการไม่ให้เกินความจุของสถานประกอบการ ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ประเมินด้านสุขลักษณะและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกวดขันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในทุกมิติ

จากการตรวจสอบพบว่าสถานบริการหลายแห่งยังมีจุดบกพร่องที่จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข สำนักงานเขตวัฒนาได้ให้คำแนะนำและออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว พร้อมกำหนดกรอบเวลา 30 วัน เพื่อให้ทุกแห่งปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันผลการดำเนินการ

พล.ต.อ.อดิศร์ ย้ำว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัยและเหตุไม่ปลอดภัยในสถานประกอบการ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงหรืออาจฝ่าฝืนกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ทันที โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการคุ้มครองในรูปแบบ Open Data ที่ปกปิดตัวตน เพื่อสร้างความมั่นใจและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการยกระดับความปลอดภัยของเมืองอย่างยั่งยืน