กองทัพภาค 2 จัดพิธีสมเกียรติรำลึกวีรชนยุทธบดินทร์-ศตวรรษ ครบ 1 ปี

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 จัดพิธี “วันรำลึกวีรกรรมและสดุดีวีรชน ยุทธการยุทธบดินทร์-ศตวรรษ ครบรอบ 1 ปี” ณ บริเวณกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญและเชิดชูเกียรติทหารผู้เสียสละชีวิตจากกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2568 ซึ่งถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของกองทัพและประเทศชาติ

ภายในพิธีมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย ผศ.ดร.มณฑิชา รักศิลป์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ครอบครัวของวีรชนผู้เสียชีวิต กำลังพล ผู้สนับสนุน และประชาชน ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงผู้เสียสละเพื่อชาติ

พิธีช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงบูชาเทพยดาเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่พิธีสงฆ์อุทิศส่วนกุศลแด่กำลังพลผู้ล่วงลับ โดยมี พลเอก ณพล บุญทับ เป็นประธานในพิธี

ไฮไลต์สำคัญคือพิธีเชิดชูเกียรติทหารผู้เสียชีวิตจากการสู้รบ มีการประดับแผ่นป้ายจารึกนามวีรชนบนแท่นเกียรติยศ เพื่อบันทึกความกล้าหาญไว้ในประวัติศาสตร์ ตามด้วยพิธีเป่าแตรนอนและยิงสลุตแสดงความเคารพสูงสุด ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกซึ้ง โดยมี พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี ณ อนุสาวรีย์วีรไทย

ในช่วงบ่าย กองทัพภาคที่ 2 ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบ จำนวน 38 ราย รวม 455,000 บาท พร้อมมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อีก 33 ราย รวม 330,000 บาท รวมถึงมอบประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานและบุคคลผู้ให้การสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในยุทธการยุทธบดินทร์-ศตวรรษ

นอกจากนี้ ยังมีพิธีพุทธาภิเษกเหรียญวัตถุมงคล “เหรียญยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” รุ่น “หนุมานแผลงฤทธิ์ รวยรวย ล้านล้าน” โดยมี พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ขณะที่เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานจุดเทียนชัย พร้อมพระเกจิคณาจารย์ชื่อดังร่วมประกอบพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิต

กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ตลอดช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ผ่านมา กำลังพลทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ภายใต้หลักสำคัญคือการบรรลุภารกิจและลดความสูญเสียให้มากที่สุด แม้จะมีการวางแผนอย่างรอบคอบ แต่ในสนามรบย่อมหลีกเลี่ยงการสูญเสียไม่ได้

การจากไปของวีรบุรุษทั้ง 46 นาย ได้สร้างความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงต่อครอบครัว เพื่อนทหาร และประชาชนทั้งประเทศ แต่การเสียสละของทุกนายได้แลกมาด้วยการธำรงไว้ซึ่งอธิปไตย ความมั่นคง และศักดิ์ศรีของชาติ

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า วีรกรรมของทหารกล้าทุกนายจะได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของชาติ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้รำลึกถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ พร้อมส่งกำลังใจแก่ครอบครัวของวีรชนทุกคน ให้ภาคภูมิใจว่าบุคคลอันเป็นที่รักได้ทำหน้าที่สูงสุดเพื่อแผ่นดินไทย และเกียรติยศของพวกเขาจะคงอยู่ตลอดไป