
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 26 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ซึ่งมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ในช่วงการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา สายสื่อมวลชน ได้หยิบยกข้อกังวลกรณีโครงการขยายโรงกลั่นน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรีขึ้นหารือต่อที่ประชุม
นายชิบระบุว่า จากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มราษฎรที่คัดค้านการขยายโรงกลั่นน้ำมันดิบและโรงไฟฟ้าของบริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด ในอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ความขัดแย้งดังกล่าวมีมานานกว่า 20 ปี และล่าสุดบริษัทมีแผนขยายพื้นที่จากเดิม 135 ไร่ เป็น 385 ไร่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ส่งผลให้ความตึงเครียดในพื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งตามคำบอกเล่าของแกนนำในพื้นที่ เคยมีกรณีข่มขู่และทำร้ายร่างกายผู้คัดค้านจนถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นมาแล้ว

ด้านกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) นายชิบระบุว่า ประชาชนในพื้นที่มีข้อกังขาเกี่ยวกับความโปร่งใสของการจัดทำการประเมินและกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยแกนนำในพื้นที่ระบุว่า มีการแจ้งล่วงหน้าก่อนจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพียง 2 วัน และจัดประชุมในตัวเมืองซึ่งห่างจากพื้นที่โครงการ ขณะที่มีการเกณฑ์ผู้สนับสนุนโครงการเข้าร่วมจำนวนมาก ทำให้บดบังเสียงสะท้อนที่แท้จริงของภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในพื้นที่ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา
“ชุมชนเผชิญปัญหาคุณภาพอากาศและน้ำเสีย กระทบระบบนิเวศชายฝั่งและสัตว์น้ำ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา รวมถึงนกอพยพหายากที่ลดจำนวนลงอย่างมาก ผลกระทบยังลามถึงอาชีพทำนาเกลือสมุทร ซึ่งพื้นที่นี้เป็นแหล่งผลิตนาเกลือสมุทรขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และอยู่ใกล้พื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีกอย่างน้อย 2 โครงการ” นายชิบกล่าว

ด้านแรงงาน นายชิบอ้างข้อมูลจากแกนนำชาวบ้านว่า แม้บริษัทเคยให้คำมั่นจะจ้างแรงงานในท้องถิ่น แต่ชาวบ้านระบุว่ากลับรู้สึกถูกผลักดันให้ออกจากพื้นที่ และความพยายามขอเปิดเวทีหารือกับบริษัทหลายครั้งไม่ได้รับการตอบรับ ขณะที่เอกสารของบริษัทระบุว่าโครงการขยายจะใช้เทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญที่ได้มาตรฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
นายชิบกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีประชาชนบางส่วนในพื้นที่ระบุว่า ทนไม่ไหวแล้ว อาจจะต้องย้ายออกจากพื้นที่ และด้วยความเป็นห่วงอนาคตของลูกหลาน ตนจึงขอฝากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมจังหวัด ทบทวนโครงการดังกล่าวด้วย



