
กมธ.การเมือง ทั้ง สส.-สว. รับลูกยื่นคัดค้านแก้กฎหมายไทยพีบีเอส ตั้งคำถามชัดอ้างวินัยการเงินการคลังบังหน้า เอื้อประโยชน์ใคร
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา บรรยากาศความเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้มข้นขึ้นทันที เมื่อ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ร่วมกันรับยื่นหนังสือจาก นายณัฐวุฒิ อุปปะ ผู้แทนสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการไทยพีบีเอส พร้อมคณะ
สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส) โดย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับภาคประชาชนและสังคมอย่างกว้างขวาง
นายณัฐวุฒิ เปิดเผยถึงการเดินทางมาในวันนี้ว่า มีเป้าหมายสำคัญเพื่อปกป้องหลักการของสื่อสาธารณะที่ต้องยึดมั่นในเสรีภาพ ปราศจากการครอบงำจากอำนาจใดๆ การออกแบบโครงสร้างรายได้ขององค์กรที่มาจาก “ภาษีบาป” ตั้งแต่เริ่มต้นนั้น มีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากกลไกอื่นๆ เนื่องจากไทยพีบีเอสไม่มีโฆษณาเชิงพาณิชย์ การหยิบยกเหตุผลเรื่องระเบียบการเงินการคลังขึ้นมาอ้างเพื่อแก้ไขกฎหมาย จึงทำให้สังคมตั้งคำถามและเกิดความกังวลอย่างยิ่งว่า มีความจำเป็นอันใดที่ต้องไปลดภาระให้กับผู้ผลิตสุราและบุหรี่ แล้วผลักภาระให้หันมาใช้งบประมาณแผ่นดินรายจ่ายประจำปีที่มีอยู่อย่างจำกัดแทน
“นอกจากนี้ ยังมีความน่ากังวลในช่วงรอยต่อของการออกกฎกระทรวงใหม่ หากเกิดช่องทางสุญญากาศทางกฎหมาย อาจทำให้กลุ่มบริษัทที่เคยต้องจ่ายเงินสนับสนุนราว 1.4 หมื่นล้านบาท ลอยตัวไม่ต้องจ่ายเงินในช่วงดังกล่าว ทั้งนี้ ยืนยันว่าไทยพีบีเอสพร้อมปรับตัวและถูกตรวจสอบเสมอผ่านกลไกภายในและรายงานต่อสภาฯ ทุกปี สิ่งสำคัญคือต้องไม่หลงประเด็นระหว่างเรื่องวินัยการเงินการคลังกับการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ” นายณัฐวุฒิ ระบุ
ด้าน น.ส.ภคมน ประธาน กมธ.การเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวหลังรับมอบหนังสือว่า ทางคณะกรรมาธิการจะบรรจุวาระพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ โดยยืนยันหนักแน่นว่า ประเทศไทยยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ พร้อมกันนี้ได้ตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า เหตุผลเรื่องวินัยการเงินการคลังนั้นคือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงหรือไม่ โดย กมธ. จะเดินหน้าพิจารณาทั้งในมิติด้านวินัยการเงินการคลังและทิศทางอนาคตของไทยพีบีเอสอย่างรอบด้าน พร้อมมองว่านี่คือโอกาสที่ไทยพีบีเอสจะได้สังคายนาตัวเองในการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
น.ส.ภคมน ยังเปิดเผยด้วยว่า ทางพรรคประชาชนเตรียมที่จะยื่นร่างกฎหมายเข้าไปประกบ โดยมีข้อเสนอให้เพิ่มช่องทางให้ไทยพีบีเอสสามารถสร้างรายได้จากลิขสิทธิ์ผลงานของตัวเองได้ด้วย เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งทางการเงินและความคล่องตัวในการทำหน้าที่สื่อของประชาชนอย่างแท้จริง ท่ามกลางกระแสสังคมที่ต้องจับตาดูเกมแก้กฎหมายฉบับนี้อย่างใกล้ชิด
