
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด สปสช. ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า บอร์ด สปสช. ได้มีมติเห็นชอบ “แนวทางการปรับประสิทธิภาพการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ปีงบประมาณ 2569” ภายใต้กรอบวงเงิน 5,450 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารบริการผู้ป่วยใน (IP) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์บริการที่เพิ่มขึ้นแนวทางดังกล่าวเป็นผลจากการหารือร่วมกันระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักสำคัญคือ “ต้องไม่กระทบต่อประชาชนและผู้ป่วย” และยังคงมาตรฐานคุณภาพบริการทางการแพทย์ไว้เช่นเดิม
ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบมาตรการพัฒนาระบบบริการและการบริหารจัดการกองทุนในหลายด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข ได้แก่ 1.การพัฒนาศักยภาพระบบบริการผู้ป่วยในภายในเขตพื้นที่ เพื่อลดการส่งต่อที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความสามารถในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ 2.การนำระบบตรวจสอบก่อนการบริการ(Pre-Authorization)และการตรวจสอบการเบิกจ่าย (Pre-Audit) มาใช้กับบริการที่มีต้นทุนสูง เช่น โรคหัวใจ ข้อเข่า และโรคมะเร็ง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่กระทบต่อการเข้ารับบริการของประชาชนและการใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างเหมาะสม และ 3.การพัฒนาระบบยืนยันตัวตนผู้รับบริการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการเบิกจ่ายและลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และ 4.การเพิ่มกลไกกำกับติดตามผลการดำเนินงาน โดยให้รายงานความก้าวหน้าต่อบอร์ด สปสช. เป็นประจำทุกเดือน
“การดำเนินมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบบริหารกองทุนบัตรทองให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขของประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานและเข้าถึงบริการได้อย่างต่อเนื่อง” รมว.สาธารณสุข กล่าว
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แนวทางปรับประสิทธิภาพการบริหารกองทุนครั้งนี้ ได้ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ โดยกำหนดกรอบบริหารจัดการวงเงิน 5,450 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารบริการผู้ป่วยใน ซึ่งต้องไม่กระทบต่อการดูแลประชาชนสิทธิบัตรทอง พร้อมกันนี้ บอร์ด สปสช. ยังให้ความสำคัญกับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดการเจ็บป่วยของประชาชนในระยะยาว โดยงบประมาณในส่วนดังกล่าวยังคงดำเนินการตามนโยบายเดิม
“นอกจากบอร์ด สปสช. เห็นชอบแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจักการกองทุนแล้ว ยังมอบให้ สปสช. ดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ทำการสื่อสารแนวทางใหม่นี้ให้กับหน่วยบริการทั่วประเทศรับทราบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
