
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสข่าวรัฐบาลอาจชะลอการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2569 ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก ว่า รัฐบาลยังมีความตั้งใจอยากให้คนไทยได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่สถานการณ์ในรอบนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาอย่างมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจและต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ที่สูงเกินความเหมาะสม
น.ส.ศุภมาส ระบุว่า ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์หารือร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อหาทางสนับสนุนการซื้อลิขสิทธิ์ แต่หลังการพูดคุยกลับพบว่า ปัจจัยทางธุรกิจไม่เอื้อเหมือนในอดีต โดยเฉพาะช่วงเวลาถ่ายทอดสดที่ไม่ดึงดูดเม็ดเงินโฆษณา และสถานการณ์ความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบภาพรวมเศรษฐกิจ
“ราคาที่เสนอมา หากซื้อไปแล้วอาจอธิบายกับประชาชนได้ยาก” น.ส.ศุภมาส กล่าว พร้อมยอมรับว่า แม้ประเทศไทยมีประชากรราว 70 ล้านคน แต่กลับถูกเสนอราคาลิขสิทธิ์ใกล้เคียงกับบางประเทศที่มีประชากรมากกว่าไทยหลายเท่าตัว ทำให้เมื่อนำมาคำนวณต่อหัวแล้ว ไทยอาจต้องจ่ายแพงกว่าประเทศอื่นถึง 10-20 เท่า
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า ต่างจากฟุตบอลโลกครั้งก่อนที่มีทั้งเงินสนับสนุนจาก กสทช. และภาคเอกชนเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ แต่รอบนี้ยังไม่มีเอกชนรายใดแสดงความพร้อมร่วมลงทุน เพราะมองว่าเวลาถ่ายทอดสดไม่เหมาะกับการทำตลาดและสร้างรายได้จากโฆษณา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ปิดประตูตาย โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อประเมินว่าควรเดินหน้าต่อหรือไม่ รวมถึงจับตาว่าจะมีเอกชนรายใดเข้ามาเห็นโอกาสทางธุรกิจในช่วงเวลาที่เหลือหรือไม่
ขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังตรวจสอบแนวทางอื่นในการรับชมฟุตบอลโลกผ่านแพลตฟอร์มของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หลังมีกระแสข่าวว่าอาจเปิดให้ประชาชนรับชมผ่านช่องทางแบบเสียค่าใช้จ่ายเอง หรืออาจมีบางแมตช์ที่เปิดให้รับชมฟรีบางช่วงเวลา แม้ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน
น.ส.ศุภมาส ย้ำว่า รัฐบาลยังสนับสนุนกีฬาและการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนผ่านฟุตบอลโลก แต่ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ การใช้งบประมาณจำนวนมากจำเป็นต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและความเหมาะสมต่อประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมขอให้ติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะมีการแถลงท่าทีอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้
