
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อเหตุอุบัติเหตุ เครนถล่มในโครงการก่อสร้างพื้นที่พระราม 2 และโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสีคิ้ว ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมชี้ชัดว่าเหตุการณ์ดังกล่าว กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรฐานความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของภาครัฐอย่างรุนแรง
ภายหลังเหตุโศกนาฏกรรม นายทรงศักได้เรียกประชุมด่วน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ร่วมกับนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 901–902 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ โซนซี กรุงเทพฯ เพื่อ ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีการจัดการความปลอดภัยในงานก่อสร้างและบำรุงทาง หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากโครงการรัฐหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

นายทรงศักเปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามผลคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งเสนอแนวทางยกระดับความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของรัฐอย่างเป็นระบบ ภายใต้ 4 ประเด็นหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณ มาตรการปฏิบัติ กลไกตรวจสอบ ไปจนถึงการกำกับผู้รับเหมา เพื่อไม่ให้ “ความสูญเสีย” กลายเป็นเพียงสถิติที่ถูกลืม
เพิ่มงบความปลอดภัย ขยับเป็น 2.5% ของมูลค่าโครงการ
ในด้านการจัดสรรงบประมาณ กรมทางหลวงได้ปรับปรุงสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ปีงบประมาณ 2569 เพิ่มสัดส่วนงบด้านความปลอดภัยเป็น ร้อยละ 2.5 ของมูลค่าโครงการ พร้อมกำหนดรายการอุปกรณ์ความปลอดภัยให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงอุปกรณ์เฉพาะ เช่น ระบบตรวจวัดพฤติกรรมโครงสร้าง (Structural Health Monitoring) สำหรับโครงการที่มีความเสี่ยงสูง โดยจะนำแนวทางดังกล่าวไปใช้กับทุกโครงการในปีงบประมาณ 2570
คุมเข้มผู้รับเหมา ผูกพันตามสัญญา ฝ่าฝืนปรับ-สั่งหยุดงาน
ในด้านมาตรการปฏิบัติ กรมทางหลวงได้นำข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างและการจัดการจราจร แนบท้ายสัญญาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมาย หากผู้รับจ้างฝ่าฝืน สามารถ ปรับรายวัน หรือสั่งหยุดงานทันที จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

ตั้งคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบโครงการเสี่ยง
กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามยกระดับมาตรการความปลอดภัย ตามคำสั่งที่ 121/2569 เพื่อตรวจสอบโครงการก่อสร้างและบำรุงทางในภาพรวม ขณะที่กรมทางหลวงเตรียมนำ 360 โครงการในอนาคต มาประเมินความเสี่ยง หากพบโครงการใดมีความเสี่ยงสูง อาจตั้งคณะกรรมการอิสระจากภายนอกเข้าควบคุมตรวจสอบเป็นพิเศษ
ดัน “สมุดพกผู้รับเหมา” ลงโทษจริง ไม่ใช่แค่เตือน
ในส่วนของกลไกกำกับผู้รับเหมา กรมบัญชีกลางได้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เปิดทางให้หน่วยงานรัฐ ลดชั้น ระงับการเสนอราคา หรือเพิกถอนทะเบียน ผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อร้ายแรงจนเกิดความสูญเสีย พร้อมอยู่ระหว่างจัดทำระเบียบรองรับ เพื่อให้ระบบ “สมุดพกผู้รับเหมา” มีผลบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับเหตุอุบัติเหตุทั้งสองกรณี การรถไฟแห่งประเทศไทยและกรมทางหลวง ได้ดำเนินการเยียวยาผู้เสียหายตามกฎหมาย สัญญาจ้าง และสัญญาประกันภัย พร้อมกำชับผู้รับเหมาให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ การงดทำงานขณะมีการเดินรถ และการปิดช่องจราจรในพื้นที่ก่อสร้างบนถนนพระราม 2 เพื่อป้องกันอันตรายต่อประชาชน
“บทเรียนจากความสูญเสียครั้งนี้ ต้องไม่ถูกปล่อยผ่าน” นายทรงศักย้ำ พร้อมระบุว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดจนกว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรม
