
นายกรัฐมนตรี เปิดงาน “DE Digital Shield Forum” รณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร ปักหมุดหัวลำโพง สร้างเกราะคุ้มกันคนไทย รู้ทันภัยออนไลน์ ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร “DE Digital Shield Forum” ครั้งที่ 1 ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” แนวคิด “Safe Digital Journey : เรียนรู้ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล” ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569
ภายในงานมี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมผู้บริหาร หน่วยงานในสังกัด ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วม
นายอนุทินกล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลแทรกซึมอยู่ในแทบทุกมิติของชีวิตประชาชน ตั้งแต่การสื่อสาร ทำธุรกรรมทางการเงิน ซื้อขายสินค้า การศึกษา การประกอบอาชีพ ไปจนถึงการเข้าถึงบริการภาครัฐ แม้เทคโนโลยีจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่ง “อาชญากรรมออนไลน์” กลับพัฒนาอย่างรวดเร็วและซับซ้อนขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะขบวนการที่ใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายข้ามพรมแดนเป็นเครื่องมือก่อเหตุ สร้างความเสียหายไม่เพียงต่อทรัพย์สินของประชาชน แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นและระบบเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง

ทั้งนี้ รัฐบาลจึงกำหนดให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุกภายใต้หลัก “ความรับผิดชอบร่วมกัน” หรือ Shared Responsibility บูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และภาคเอกชน เพื่อปิดช่องทางและตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ตั้งแต่ต้นทาง
รัฐบาลยังเร่งตรวจสอบและระงับ “บัญชีม้า” ตัดเส้นทางการเงิน ปราบปราม “ซิมม้า” และโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ก่ออาชญากรรม ควบคู่กับการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อกดดันและกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะเดียวกันจะยกระดับเทคโนโลยี ระบบแจ้งเตือนภัย ตลอดจนกลไกช่วยเหลือผู้เสียหาย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการคุ้มครองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีระบุว่า “Digital Shield” ไม่ได้หมายถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ป้องกันภัยเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้ประชาชน เพราะคนที่มีความเข้าใจ มีทักษะ และรู้เท่าทันกลโกง คือด่านป้องกันที่ดีที่สุดในการรับมืออาชญากรรมออนไลน์
“เกราะที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่กฎหมายหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือความตระหนักรู้และความระมัดระวังของประชาชนเอง รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับภัยออนไลน์เพียงลำพัง แต่จะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องประชาชน ลดความสูญเสีย และสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับคนไทยทุกคน” นายอนุทินกล่าว

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่ยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงดีอีได้เร่งประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงาน กสทช. สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และภาคีเครือข่าย เพื่ออุดช่องโหว่ ตัดวงจรการหลอกลวง และยกระดับการคุ้มครองประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ มาตรการสำคัญที่เร่งผลักดัน ประกอบด้วย การพัฒนากลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การเร่งระงับบัญชีม้าและซิมม้า การปิดกั้นช่องทางการสื่อสารที่ใช้ในการกระทำความผิด การสนับสนุนการติดตามเส้นทางการเงินของขบวนการอาชญากรรม รวมถึงการยกระดับมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและสกัดภัยออนไลน์
นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังเดินหน้าภารกิจเร่งด่วนตามนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล ด้วยการนำข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมมาใช้รับมือภัย 5 ด้าน ได้แก่ ภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยสังคม และการยกระดับการบริหารภาครัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกัน คาดการณ์ รับมือ และแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อประชาชน

นายไชยชนกย้ำว่า การใช้กฎหมายและการปราบปรามเพียงด้านเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะ “ภูมิคุ้มกันของประชาชน” คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด กระทรวงดีอีจึงจัดกิจกรรม DE Digital Shield Forum เพื่อนำความรู้ ทักษะการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล หรือ Digital Literacy รวมถึงนวัตกรรมเตือนภัยรูปแบบใหม่ ลงไปถึงประชาชนและเยาวชนโดยตรง เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยรู้ทันกลลวง ใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย และลดโอกาสตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์
สำหรับ “DE Digital Shield Forum” ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” กำหนดจัดทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งแรกจัดระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Safe Digital Journey : เรียนรู้ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล” ก่อนเดินทางไปจัดกิจกรรมครั้งที่ 2 ที่จังหวัดอุทัยธานี และครั้งที่ 3 ที่จังหวัดสงขลา
ภายในงานมีทั้งเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ นิทรรศการให้ความรู้ และเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างทักษะรับมือภัยออนไลน์สารพัดรูปแบบ ตั้งแต่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า หลอกลงทุนและระดมทุนออนไลน์ หลอกลวงทางการเงิน การพนันออนไลน์ ไปจนถึงการหลอกซื้อขายสินค้าและบริการ
กระทรวงดีอีตั้งเป้ามีประชาชนเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 2,000 คนต่อครั้ง หวังขยายเครือข่าย “เกราะคุ้มกันดิจิทัล” ให้ประชาชนรู้ทันกลโกง ป้องกันตัวเองได้ และสามารถส่งต่อความรู้ไปยังคนในครอบครัวและคนรอบข้าง เพื่อสร้างสังคมดิจิทัลไทยให้ปลอดภัยและเข้มแข็งมากขึ้น
