
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องเล่นและสวนน้ำ ณ สยาม อะเมซิ่ง พาร์ค กรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมโยธาธิการและผังเมือง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) และสำนักอนามัย สำนักงานเขตคันนายาว
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนท่าทีชัดเจนของรัฐบาลในการยกระดับความปลอดภัยของสถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนสนุกและสวนน้ำ ซึ่งมีเด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยกำชับให้ผู้ประกอบการทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอัคคีภัย ทางหนีไฟ รวมถึงการตรวจสภาพเครื่องเล่นโดยวิศวกรผู้ได้รับอนุญาตเป็นประจำทุกปี
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ต้องได้รับความสำคัญสูงสุดเหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ พร้อมย้ำว่าหากพบผู้ประกอบการละเลยมาตรฐานจนก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและไม่ละเว้น
จากข้อมูลของ สคบ. พบว่า ในช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสวนสนุกและสวนน้ำรวม 141 เรื่อง โดยยุติเรื่องแล้ว 121 เรื่อง และยังอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 20 เรื่อง ปัญหาที่พบครอบคลุมตั้งแต่ความปลอดภัยของเครื่องเล่น คุณภาพน้ำ การคิดค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม ไปจนถึงการโฆษณาเกินจริง
เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจกระทบต่อผู้บริโภค รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ สคบ. ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุกใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว และการป้องกันก่อนเกิดเหตุ
นอกจากนี้ ยังเตรียมเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดให้ผู้ให้บริการเครื่องเล่นต้องแสดงข้อมูลคำเตือนอย่างชัดเจน ทั้งอายุผู้เล่น ส่วนสูงที่เหมาะสม และข้อจำกัดด้านสุขภาพ รวมถึงต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำเครื่องเล่นและเจ้าหน้าที่กู้ชีพทางน้ำประจำสวนน้ำตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ
หากพบอุปกรณ์หรือเครื่องเล่นที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค จะมีคำสั่งระงับการให้บริการทันทีจนกว่าจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง
ขณะเดียวกัน สคบ. ยังจับตาพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภคในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มจากภายนอกเข้า การเปิดให้บริการเครื่องเล่นไม่ครบแต่เก็บค่าบัตรเต็มราคา การโฆษณาเกินจริง การซ่อนเงื่อนไขโปรโมชั่นออนไลน์ หรือการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งผู้ประกอบการต้องเปิดเผยข้อมูลค่าบริการและเงื่อนไขทั้งหมดอย่างโปร่งใสก่อนจำหน่ายบัตร
นางสาวศุภมาส ยังย้ำด้วยว่า การติดป้ายข้อความในลักษณะ “ไม่รับผิดชอบต่ออุบัติเหตุทุกกรณี” ถือเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย หากความเสียหายเกิดจากความประมาทหรือความบกพร่องของผู้ประกอบการ ผู้บริโภคยังคงมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย
“รัฐบาลจะไม่ละเลยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนให้ผู้ประกอบการทุกแห่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคอย่างจริงจัง” นางสาวศุภมาส กล่าว
ทั้งนี้ หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้บริการ หรือพบเห็นเครื่องเล่นและอุปกรณ์ที่อาจไม่ปลอดภัย สามารถร้องเรียนได้ผ่านสายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ของ สคบ. และศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดทั่วประเทศ
