สสส.วางหมากสุขภาพไทยปี 70 ดัน AI สู้ภัยเสี่ยง-โรคอุบัติใหม่ ปูพรม 2,000 ชุมชนทั่วประเทศ

สสส.กางยุทธศาสตร์สุขภาพปี 2570 รับมือสังคมเปลี่ยนเร็ว “ทรงศักดิ์” ชู 5 ทิศทางสำคัญ ดึง AI-ข้อมูลสารสนเทศเสริมทัพ ลดความเหลื่อมล้ำ รับมือภัยเสี่ยงและโรคอุบัติใหม่ พร้อมขยายงานถึงระดับจังหวัด ด้านผู้จัดการ สสส.ประกาศ Big Quick Win ปั้นชุมชนต้นแบบกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ และกรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ท่ามกลางความท้าทายด้านสุขภาพและบริบททางสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี สสส. ได้ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในทุกมิติ จนเกิดผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 ได้กำหนดแนวนโยบายและจุดเน้นสำคัญ 5 ประการ ประกอบด้วย 1. ยึดทิศทาง เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ระยะ 10 ปี 2. สร้างและขยายผลลัพธ์ทางสุขภาพร่วมกับภาคีเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วถึงและยั่งยืน 3. สนับสนุนการพัฒนาและนำข้อมูลสารสนเทศ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ประโยชน์ในการสร้างเสริมสุขภาพ 4. ลดผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำ พร้อมเตรียมรับมือภัยเสี่ยงและโรคอุบัติใหม่ และ 5. สานพลังความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

“แผนการดำเนินงาน สสส. ในปี 2570 ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายทางสุขภาพใหม่ ๆ และบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยทิศทางการทำงานของ สสส. ในก้าวต่อไป ต้องขยายการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพให้ครอบคลุมระดับจังหวัดอย่างทั่วถึง มีการกำหนดตัวชี้วัดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ” นายทรงศักดิ์ กล่าว

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. ยึดข้อมูลเป็นฐานและประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยสถานการณ์และความท้าทายระดับชาติที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ สสส. ต้องกำหนดเป้าหมายและจัดทำแผนให้สอดรับทั้งกับแผนระดับโลกและระดับประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580

สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2570 จะนำหลักคิด “Thaihealth Working Model” มาเป็นฐานในการกำหนดตัวชี้วัดหลักและตัวชี้วัดร่วม ครอบคลุมการดำเนินงานทั้ง 15 แผนงาน พร้อมเร่งขับเคลื่อนภารกิจแบบ “Big Quick Win” เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพกว่า 2,000 แห่ง ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ ควบคู่กับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มเด็กและเยาวชน และลดพฤติกรรมเสี่ยงที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญ ทั้งการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนปัญหาความปลอดภัยทางถนน

ขณะเดียวกัน สสส. จะเดินหน้าผลักดันกฎหมายและนโยบายสาธารณะ เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพ อาทิ นโยบายด้านยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดวาระกลางสำคัญภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาพจากวิกฤติเศรษฐกิจ” โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระดับประเทศและระดับพื้นที่ เพื่อนำมาวิเคราะห์และชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงที่ได้รับผลกระทบต่อการสร้างเสริมสุขภาพ

จากนั้นจะบูรณาการความร่วมมือระหว่างแผนงาน จับคู่มาตรการให้เหมาะสมกับปัญหาและบริบทของแต่ละพื้นที่ ก่อนขยายผลผ่านเครือข่ายภาคีที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

เป้าหมายสำคัญของแผนปี 2570 คือ ไม่เพียงรับมือความเสี่ยงสุขภาพรูปแบบเดิม แต่ต้องเตรียมคนไทยให้พร้อมเผชิญความท้าทายใหม่ ทั้งความเหลื่อมล้ำ โรคอุบัติใหม่ ภาวะเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยกำหนดให้สามารถวัดผลสำเร็จและมองเห็นความก้าวหน้าของการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 1 ปี