‘หมอประกิต’ เตือนนายกฯ ถอยทัน หวั่นแก้กฎหมาย สสส. เอื้อเหล้า–บุหรี่

2 นักวิชาการดังประสานเสียงค้านเปลี่ยนแหล่งเงิน สสส. จากภาษีบาปสู่งบรัฐบาล เตือนลดภาระธุรกิจเหล้า–บุหรี่ อาจเพิ่มภาระสุขภาพประชาชน

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ. … ระหว่างวันที่ 30 กันยายน–14 ตุลาคม 2569 ซึ่งเสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและคณะ โดยมีสาระสำคัญให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบส่วนเพิ่มเข้าสู่กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. และเปลี่ยนไปใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีจากรัฐบาล

ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า จากการติดตามเหตุผลของการเสนอแก้ไขกฎหมาย พบว่าอ้างถึงการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตามมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดหลักการเกี่ยวกับการไม่จัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์เฉพาะของหน่วยงานรัฐ แม้จะมีบทเฉพาะกาลยกเว้นให้กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ก่อนหน้านั้นก็ตาม

ทั้งนี้ ศ.นพ.ประกิต ระบุว่า เงินกองทุน สสส. ในปัจจุบันมาจากการจัดเก็บส่วนเพิ่มจากภาษีสุราและยาสูบตามปกติในอัตรา 2% คิดเป็นประมาณปีละ 4,000 ล้านบาท หากยกเลิกการจัดเก็บเงินส่วนนี้ ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงคือภาคธุรกิจสุราและยาสูบ เพราะมีภาระจ่ายลดลง ต้นทุนสินค้าลดลง และมีโอกาสเพิ่มกำไร รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการตั้งราคาและเพิ่มงบทำตลาดเพื่อเข้าถึงประชาชนมากขึ้น

ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ยังตั้งข้อสังเกตว่า ร่างแก้ไขดังกล่าวไม่มีสิ่งยืนยันชัดเจนว่าจะจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มนี้กลับเข้าสู่รัฐบาลหรือไม่ จึงกังวลว่าจะกลายเป็นการลดภาระให้ธุรกิจ ขณะที่รัฐบาลและประชาชนต้องเสียประโยชน์

“ผมเชื่อว่า มีคนชงเรื่องนี้ให้ท่านนายกฯ ท่านคงไม่ได้เห็นรายละเอียดทั้งหมด” ศ.นพ.ประกิต กล่าว พร้อมระบุว่า นายอนุทินเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและประธานกองทุน สสส. มีจุดยืนชัดเจนในการไม่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าและส่งเสริมงานสร้างเสริมสุขภาพ ก่อนฝากข้อความถึงนายกรัฐมนตรีว่า “ถอยตอนนี้ยังทันครับ”

ด้าน รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิในสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า สสส. จัดตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างจากหน่วยงานทั่วไป โดยใช้หลักการเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ หรือ Earmarked Tax นำเงินส่วนเพิ่มจากธุรกิจสุราและยาสูบ ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพ มาสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพตามแนวคิด “สร้างนำซ่อม”

รศ.ดร.วรากรณ์ อธิบายว่า แนวทางดังกล่าวนำต้นแบบมาจากออสเตรเลีย เพื่อให้งานสร้างเสริมสุขภาพมีความเป็นอิสระ คล่องตัว และปลอดจากการเมือง สามารถเติมเต็มและประสานการทำงานกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องได้ จึงไม่เห็นประโยชน์ของการแก้กฎหมายที่ทำให้ธุรกิจสุราและยาสูบจ่ายลดลง แต่รัฐบาลกลับต้องนำงบประมาณปกติมาจัดสรรให้ สสส. เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาวินัยการเงินการคลังต้องมองทั้งรายรับและรายจ่าย ไม่ใช่เฉพาะวิธีจัดเก็บภาษี แต่ต้องดูด้วยว่ารัฐใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ รวมถึงการใช้จ่ายในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการแจกเงินประชาชนว่ามีเหตุผลและความเหมาะสมเพียงใด

รศ.ดร.วรากรณ์ เห็นว่า หากเปลี่ยนมาใช้งบประมาณทั่วไป หลักการให้ผู้ก่อผลกระทบเป็นผู้จ่ายจะหายไป เพราะเงินที่นำมาสร้างเสริมสุขภาพจะมาจากประชาชนทั่วไปแทน ขณะเดียวกัน งานสุขภาวะที่ต้องเชื่อมโยงหลายหน่วยงานอาจถูกแยกเป็นงบแต่ละก้อนตามกระทรวง จนยากที่จะขับเคลื่อนภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดภาระของธุรกิจอาจทำให้สุราและบุหรี่มีราคาถูกลง กระตุ้นให้เกิดการบริโภคมากขึ้น และเพิ่มปัญหาสุขภาพตามมา ซึ่งท้ายที่สุดภาระที่รัฐต้องจ่ายเพื่อรับมือผลกระทบอาจสูงกว่ารายได้ภาษีที่จัดเก็บได้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ากลุ่มธุรกิจสุราและบุหรี่ร่วมกันผลักดันการแก้กฎหมาย สสส. รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ แต่เห็นว่า สสส. ทำงานอยู่ท่ามกลางผลประโยชน์ของหลายฝ่าย จึงเป็นเรื่องที่อาจมีผู้ไม่เห็นด้วยหรือต่อต้าน

เมื่อถามว่า ข้อกังวลว่าการนำ สสส. เข้าสู่ระบบงบประมาณปกติจะเพิ่มภาระรัฐบาลและทำให้ถูกแทรกแซงได้ง่ายขึ้นนั้น รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังต้องจัดหาเงินให้ สสส. อยู่ดี แต่สิ่งที่อาจตามมาคือความไม่แน่นอนของงบประมาณในแต่ละปี ซึ่งกระทบความต่อเนื่องของงานสร้างเสริมสุขภาพที่ต้องดำเนินการระยะยาว โดยเฉพาะถ้อยคำที่ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ “ตามความจำเป็น” ซึ่ง รศ.ดร.วรากรณ์ เห็นว่าไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะได้รับเงินอย่างแน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับความเห็นของรัฐบาลแต่ละช่วงเวลา และหากต้องพึ่งงบปีต่อปี ก็อาจเปิดช่องให้การเมืองเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกพื้นที่หรือโครงการได้ง่ายขึ้น

รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวด้วยว่า ตนสนับสนุนให้คงองค์กรที่มีความเป็นอิสระ คล่องตัว และมีแนวคิดสมัยใหม่ไว้ เพื่อรับมือกับปัญหาสุราและยาสูบในอนาคต ซึ่งเป็นงานท้าทายขนาดใหญ่ พร้อมระบุว่า สสส. เป็นตัวอย่างของประเทศไทยที่หลายประเทศสนใจนำแนวทางไปปรับใช้