เปิดคำทำนายพระโคกิน ‘ถั่ว-น้ำ-เหล้า-หญ้า’ การค้าระหว่างประเทศคึกคักศก.มีแนวโน้มฟื้นตัว

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 ถูกจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและภาคเกษตรทั่วประเทศ เนื่องจากถือเป็นพระราชพิธีสำคัญที่คนไทยเฝ้าติดตาม “คำพยากรณ์แห่งปี” ที่สะท้อนแนวโน้มด้านน้ำ ฟ้าฝน และความอุดมสมบูรณ์ของพืชผลทางการเกษตร

พระราชพิธีดังกล่าวประกอบด้วย 2 พิธีสำคัญ ได้แก่ “พระราชพิธีพืชมงคล” อันเป็นพิธีสงฆ์ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทำขวัญเมล็ดพันธุ์และเสริมสิริมงคลแก่พืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ

ส่วน “พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ” ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ จัดขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีการเสี่ยงทายผ้านุ่งแต่งกายของพระยาแรกนา และการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่งที่จัดเลี้ยงพระโค ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์พยากรณ์สถานการณ์บ้านเมืองและภาคเกษตรในปีนี้

ปีนี้ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ถวายรายงานผลการพยากรณ์ โดยผลการเสี่ยงทายปรากฏว่า พระยาแรกนาหยิบได้ “ผ้า 6 คืบ” มีคำพยากรณ์ว่า ปีนี้น้ำจะมีปริมาณน้อย นาในพื้นที่ลุ่มจะให้ผลผลิตดี แต่พื้นที่นาดอนอาจได้รับผลกระทบและได้ผลผลิตไม่เต็มที่ สะท้อนความเสี่ยงด้านภัยแล้งที่ภาคเกษตรต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน ผลการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง สร้างความสนใจไม่แพ้กัน เมื่อพระโคเลือกกิน “ถั่ว น้ำ หญ้า และเหล้า” โดยพราหมณ์พยากรณ์ว่า “ถั่ว” หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของธัญญาหารและพืชผล “น้ำและหญ้า” สื่อถึงน้ำท่าที่จะยังพออุดมสมบูรณ์ ส่งผลดีต่ออาหารคาวหวานและปศุสัตว์ ส่วนการกิน “เหล้า” ถือเป็นสัญญาณว่าการคมนาคมและการค้ากับต่างประเทศจะขยายตัวดีขึ้น เป็นแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้

แม้ผลพยากรณ์จะชี้ถึงแนวโน้มน้ำน้อย แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่า ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งในและนอกเขตชลประทาน เพื่อรองรับการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร ลดผลกระทบจากภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ไม่ได้เป็นเพียงพิธีเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่โบราณเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญญาณเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก” ที่สร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรทั่วประเทศ โดยตั้งแต่ปี 2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้วันพระราชพิธีพืชมงคลเป็น “วันเกษตรกร” เพื่อยกย่องความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยมาจนถึงปัจจุบัน