
ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” ทลายเครือข่ายนำแรงงานเมียนมาสวมสิทธิ “ทะเบียน 0” ในสุราษฎร์ธานี ศาลออกหมายจับ 33 ราย รวบแล้ว 26 คน พบเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 17 กันยายน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังตำรวจบูรณาการร่วมกับกรมการปกครอง โดยชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ปปง. สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี

ปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งกวาดล้างขบวนการนำแรงงานต่างด้าวสวมสิทธิจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ “ทะเบียน 0” โดยมิชอบ หลังพบเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งนายหน้า เจ้าบ้าน พยานรับรอง และเจ้าหน้าที่ทะเบียน
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการขยายผลจากปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่ อ.ดอนสัก ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสเพิ่มเติมและตรวจสอบข้อมูลของสำนักทะเบียน อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.เกาะสมุย จนพบความผิดปกติในลักษณะเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย

การตรวจสอบพบว่า บุคคลต่างด้าวหลายรายมีหนังสือเดินทางเมียนมา มีเอกสารแสดงตัวตน หรือเคยขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานต่างด้าวอยู่ก่อนแล้ว แต่กลับได้รับการจัดทำ “ทะเบียน 0” ทั้งที่ทะเบียนประเภทนี้มีไว้สำหรับบุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียนและไม่เคยมีประวัติอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร
เจ้าหน้าที่พบพฤติการณ์ต้องสงสัยว่า นายหน้า เจ้าบ้าน พยานรับรอง และเจ้าหน้าที่ทะเบียนบางราย อาจมีส่วนช่วยให้แรงงานเมียนมาได้รับสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ มีลักษณะเข้าข่ายขบวนการ “ฟอกแรงงาน” เปลี่ยนสถานะจากแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งอาจเปิดทางให้ได้รับสิทธิต่าง ๆ รวมถึงเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติในอนาคต

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน ศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 33 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 4 คน เจ้าบ้านและพยานรับรอง 10 คน และแรงงานต่างด้าวที่ถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิทะเบียน 0 อีก 19 คน
ล่าสุด เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 26 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ 2 คน เจ้าบ้านและพยานรับรอง 9 คน และแรงงานต่างด้าว 15 คน ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ความผิดปกติในสำนักทะเบียน อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.เกาะสมุย อาจเชื่อมโยงกับการนำแรงงานต่างด้าวทั้งใน จ.สุราษฎร์ธานี และจังหวัดอื่นเข้าสู่กระบวนการจัดทำทะเบียน 0 โดยมิชอบ เจ้าหน้าที่จึงเตรียมขยายผลถึงนายหน้า เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อรื้อเครือข่ายดังกล่าวทั้งระบบต่อไป ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
