
สว.เปรมศักดิ์อภิปรายเดือดจี้รื้อมาเฟียหาดจอมเทียน เปิดปมน้ำทะเลดำ-รีดส่วย แนะตั้งวอร์รูมลุยมาตรฐาน Blue Flag ใน 90 วัน
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายระหว่างการพิจารณาศึกษาเรื่อง “แนวทางพัฒนาและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวหาดจอมเทียนให้ได้มาตรฐานโลก Blue Flag” ของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภาฯ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาคุณภาพน้ำทะเล ความปลอดภัย และการใช้พื้นที่สาธารณะอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมเสนอให้เมืองพัทยาเป็นแกนหลักจัดทำแผนขับเคลื่อนภายใน 90 วัน ระบุผู้รับผิดชอบ งบประมาณ และเปิดเผยความคืบหน้าทุกเดือน
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า หาดจอมเทียนเป็นทั้งแหล่งพักผ่อน แหล่งทำมาหากิน และหน้าตาของการท่องเที่ยวไทย การพัฒนาจึงต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า น้ำที่ลูกหลานลงเล่นมีคุณภาพหรือไม่ ชายหาดยังเป็นพื้นที่ของทุกคนหรือไม่ และเมื่อเกิดปัญหาจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมหรือไม่ ซึ่ง มาตรฐาน Blue Flag ครอบคลุมคุณภาพน้ำ การจัดการสิ่งแวดล้อม การให้ข้อมูลและความรู้ ความปลอดภัย บริการ และการเข้าถึง โดยต้องรักษาคุณสมบัติตลอดช่วงเวลาที่ได้รับรางวัล เป้าหมายจึงอยู่ที่การดูแลชายหาดอย่างต่อเนื่องทุกวัน
จี้ตรวจน้ำถึงต้นทาง เปิดผลให้ประชาชนรู้ก่อนลงเล่น
นพ.เปรมศักดิ์ระบุว่า อุปสรรคสำคัญเรื่องแรกคือความเชื่อมั่นต่อคุณภาพน้ำทะเล นักท่องเที่ยวที่พาครอบครัวมาพักผ่อนย่อมคาดหวังความปลอดภัย หากพบเห็นน้ำสีดำไหลจากท่อลงชายหาด หน่วยงานรับผิดชอบต้องตอบด้วยผลตรวจที่เชื่อถือได้ว่าลงเล่นน้ำได้หรือไม่ โดยมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานเมืองพัทยาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับเหมา หลังพบการสูบน้ำจากบริเวณงานก่อสร้างลงทะเลหาดจอมเทียน ทั้งที่ได้รับคำสั่งให้นำเข้าสู่ระบบบำบัด จึงควรติดตามผลการดำเนินการหลังแจ้งความด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกข้อเท็จจริงในแต่ละเหตุการณ์ เพราะน้ำสีดำไม่ได้หมายถึงการลักลอบปล่อยน้ำเสียทุกครั้ง โดยกรณีช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ที่นำมาอภิปราย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรายงานว่าเกิดจากฝนชะล้างโคลนเลนสะสมในท่อระบายน้ำ ไม่ใช่การลักลอบปล่อยน้ำเสียตามข้อสงสัยในครั้งนั้น ส่วนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับโรงแรมหรือสถานประกอบการ ต้องตรวจสอบเป็นรายแห่ง หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมเปิดเผยความคืบหน้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้อง
“เราไม่ควรเหมารวมผู้ประกอบการที่ลงทุนบำบัดน้ำอย่างถูกต้อง แต่ก็ต้องไม่ปล่อยให้ผู้ฝ่าฝืนได้เปรียบคนที่ทำถูกกฎหมาย” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ เสนอแนวทางแก้ปัญหา ให้จัดทำแผนที่ท่อและแหล่งกำเนิดน้ำเสีย แยกระบบน้ำฝน–น้ำเสีย จุดเสี่ยงน้ำล้น และการเชื่อมต่อของโรงแรม ร้านอาหาร อาคารชุด และชุมชน พร้อมระบุผู้รับผิดชอบ รวมถึงประสานพื้นที่รอยต่อกับนาจอมเทียน ควบคู่กับการตรวจระบบบำบัดของสถานประกอบการตามความเสี่ยง ทั้งการเดินเครื่อง ความสามารถรองรับน้ำ และทางระบายเลี่ยงระบบ โดยเก็บตัวอย่างตามมาตรฐาน เปิดผลตรวจคุณภาพน้ำผ่านป้ายชายหาดและช่องทางออนไลน์ ระบุจุดเก็บตัวอย่าง วันเวลา และคำแนะนำในการเล่นน้ำ หากพบเหตุผิดปกติต้องตรวจเพิ่มและแจ้งเตือนตามความเสี่ยงทันที
สำหรับ ระยะยาวต้องประเมินระบบรวบรวมและบำบัดน้ำช่วงฝนตกหนัก ลดน้ำเสียปะปนกับน้ำฝนในจุดวิกฤต ขุดลอกตะกอนและเก็บขยะก่อนฤดูฝน พร้อมเปิดเผยงบประมาณ ผลงาน และผู้ตรวจรับ ส่วนข้ออ้างว่า “ราชการทำอะไรไม่ได้” ต้องชี้แจงให้ชัดว่าติดขัดขั้นตอนใด ใครมีอำนาจ และจะแก้ไขเมื่อใด
หาดต้องใช้ได้ทุกคน ตรวจข่มขู่–หวงพื้นที่โดยไม่เหมารวม
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า อุปสรรคอีกเรื่องคือความปลอดภัยและสิทธิใช้พื้นที่สาธารณะ ชายหาดที่ได้มาตรฐานต้องเป็นพื้นที่ที่ประชาชนเดินได้ นั่งได้ และร้องเรียนได้โดยไม่ต้องกลัว ที่ผ่านมา มีรายงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องนำเสื่อและเก้าอี้สนามมาให้บริการในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงเหตุใช้อาวุธปืนบริเวณชายหาดในปี 2568 ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องทบทวนประสิทธิภาพการดูแลพื้นที่ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานให้เหมารวมว่าผู้ประกอบการเป็นมาเฟีย
ทั้งนี้ ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลต้องตรวจจากพฤติกรรมและหลักฐาน ทั้งการเรียกเก็บเงินโดยมิชอบ ข่มขู่ หวงพื้นที่ กีดกันผู้ค้ารายอื่น หรืออ้างชื่อเจ้าหน้าที่ พร้อมสืบสวนถึงผู้สั่งการและคุ้มครองผู้ค้าสุจริตที่อาจได้รับผลกระทบ ชายหาดเป็นของสาธารณะ สิทธิในการพักผ่อนต้องไม่ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ใด
นอกจากนั้น ได้เสนอให้เปิดแผนผังพื้นที่ค้าขาย พื้นที่พักผ่อน ทางเดิน และทางฉุกเฉิน แสดงอัตราค่าบริการและข้อมูลผู้ได้รับอนุญาต บังคับใช้กติกาอย่างเท่าเทียม จัดสายตรวจตามจุดเสี่ยงและช่วงเวลาเกิดเหตุ เพิ่มแสงสว่าง ตรวจกล้องวงจรปิด และกำหนดผู้รับผิดชอบเมื่อประชาชนขอความช่วยเหลือ ช่องทางร้องเรียนต้องปลอดภัย มีเลขรับเรื่องและกรอบเวลาตอบกลับ ติดตามผลได้ และส่งข้อมูลถึงหน่วยงานนอกพื้นที่ได้เมื่อกังวลเรื่องอิทธิพล โดยคุ้มครองข้อมูลผู้แจ้งตามความเหมาะสม
ส่วนข้อร้องเรียนเรื่องชักชวนซื้อขายบริการทางเพศ ต้องตรวจสอบพฤติกรรมผิดกฎหมาย การคุกคาม และการแสวงหาประโยชน์ โดยไม่ตัดสินจากการแต่งกาย เพศสภาพ หรือการยืนอยู่ริมชายหาด หากพบผู้จัดหา ผู้ควบคุม หรือการบังคับค้าประเวณี ต้องสืบสวนถึงเครือข่าย โดยเฉพาะเด็กและผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ต้องได้รับความคุ้มครองเร่งด่วน พร้อมมีทีมสังคมสงเคราะห์และช่องทางเข้าถึงการรักษา ที่พักชั่วคราว การฝึกอาชีพ และงานที่สร้างรายได้จริงสำหรับผู้ต้องการออกจากวงจรดังกล่าว
เสนอแผน 90 วัน เปิดเจ้าภาพ–งบประมาณ รายงานทุกเดือน
นพ.เปรมศักดิ์ เสนอให้ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนหาดจอมเทียนสู่ Blue Flag โดยมีเมืองพัทยาเป็นแกน ประสานหน่วยงานสิ่งแวดล้อม ตำรวจ หน่วยงานสังคม ผู้ประกอบการ ชุมชน และผู้เชี่ยวชาญ กำหนดพื้นที่เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ งบประมาณ และระยะเวลาดำเนินงานให้ชัดเจน ภายใน 90 วัน ควรเปิดเผยบัญชีจุดเสี่ยง แผนตรวจคุณภาพน้ำ แผนตรวจสถานประกอบการ และแผนความปลอดภัย จากนั้นรายงานความคืบหน้าทุกเดือน พร้อมประเมินสิ่งที่ต้องปรับปรุงตามเกณฑ์ Blue Flag ฉบับที่ใช้สมัครจริง รวมถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่กู้ภัย อุปกรณ์ช่วยชีวิต ห้องน้ำ การจัดการขยะ และทางเข้าถึงสำหรับผู้พิการตลอดพื้นที่ที่เสนอขอรับรอง
“ความสำเร็จต้องวัดจากน้ำที่ตรวจแล้วได้คุณภาพ พื้นที่ที่ทุกคนใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรม และข้อร้องเรียนที่ได้รับการแก้ไข เพื่อให้เด็กลงเล่นน้ำได้อย่างมั่นใจ ผู้สูงอายุเดินชายหาดได้อย่างปลอดภัย และผู้ค้าสุจริตทำมาหากินได้โดยไม่ถูกข่มขู่ มาตรฐานโลกเริ่มต้นจากงานใกล้ตัว ที่ทำอย่างจริงจังและไม่เลือกปฏิบัติ” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
