เปิดศูนย์ฟอกไตจักราช-ห้วยแถลงปลดทุกข์ผู้ป่วยโรคไตลดภาระครอบครัวนับพันบาทต่อครั้ง

เสียงสะท้อนความทุกข์ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องเดินทางหลายสิบถึงหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อเข้ารับการฟอกเลือด กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดหน่วยบริการฟอกเลือดด้วยไตเทียม โรงพยาบาลจักราช และโรงพยาบาลห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางความยินดีของบุคลากรทางการแพทย์ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่

นายพลพีร์ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ฟอกไตทั้งสองแห่งเกิดจากความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องแบกรับภาระทั้งด้านสุขภาพ ค่าใช้จ่าย และเวลาในการเดินทางเข้ารับการรักษาในตัวเมืองหรือจังหวัดใกล้เคียง

“ที่ผ่านมา ผู้ป่วยจำนวนมากต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เดินทางไกลเพื่อรอรับบริการฟอกไต บางครอบครัวต้องเสียค่าใช้จ่ายหลักพันบาทต่อครั้ง ขณะที่ลูกหลานต้องลางาน ขาดรายได้ เพื่อพาผู้ป่วยมารักษา วันนี้พี่น้องประชาชนไม่ต้องเดินทางไกลอีกต่อไปแล้ว เพราะศูนย์ฟอกไตมาอยู่ในบ้านของเราแล้ว” นายพลพีร์ กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ศูนย์ฟอกไตแห่งใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานพยาบาล แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดภาระทางเศรษฐกิจของครัวเรือน ช่วยให้เงินและเวลาที่เคยสูญเสียไปกับการเดินทางกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ความสำเร็จของโครงการเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน โดยเฉพาะการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดนครราชสีมาในการจัดทำระบบน้ำสำหรับรองรับการฟอกไต รวมถึงการตรวจประเมินมาตรฐานความปลอดภัยจนผ่านเกณฑ์และสามารถเปิดให้บริการได้อย่างสมบูรณ์

นายพลพีร์ยังเน้นย้ำว่า แม้ภาครัฐจะพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ให้ครอบคลุมมากเพียงใด แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคของประชาชนเอง โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะไตวายเรื้อรังในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ระหว่างการลงพื้นที่ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดภายในโรงพยาบาลจักราช พร้อมชื่นชมความพร้อมของสถานที่ ทั้งห้องพัก ห้องน้ำ และพื้นที่ออกกำลังกายที่เอื้อต่อการฟื้นฟูผู้ป่วย โดยเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐและสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และยั่งยืน

สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไตในพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในอำเภอจักราชที่มีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสะสมถึง 664 ราย และในจำนวนนี้มีผู้ป่วยระยะที่ 5 ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการฟอกเลือดจำนวน 47 ราย การเปิดหน่วยบริการไตเทียมที่มีเครื่องฟอกไตมาตรฐาน 8 เครื่อง พร้อมทีมแพทย์และพยาบาลเฉพาะทาง จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และสอดคล้องกับนโยบายฟอกไตฟรีของรัฐบาล ที่มุ่งให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท