ไทยลุ้นมรดกโลกแห่งใหม่ วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช ปลาย ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าครั้งสำคัญของการผลักดัน “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” จังหวัดนครศรีธรรมราช สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หลังได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-29 กรกฎาคม 2569 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า นี่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทั้งประเทศ เนื่องจากแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ผ่านกระบวนการพิจารณาในระดับนานาชาติจนเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญที่สุด ก่อนจะมีการตัดสินชี้ขาดโดยคณะกรรมการมรดกโลก

“การได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระพิจารณาถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของประเทศไทย และคาดว่าจะมีการประกาศผลการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกในช่วงวันที่ 25-27 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจะประสานงานร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชในการเตรียมความพร้อมและกิจกรรมเฉลิมฉลอง หากได้รับข่าวดีจากเวทีโลก” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว

ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรมยังเดินหน้าผลักดันแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งอื่นของไทยเข้าสู่เวทีมรดกโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “แหล่งอนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา” ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการประเมินเพื่อเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในลำดับถัดไป

ล่าสุด องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดส่งเอกสารเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier) เข้าสู่กระบวนการพิจารณาแล้ว และศูนย์มรดกโลกได้กำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญจากอิโคโมสสากล (ICOMOS) ลงพื้นที่ตรวจประเมินระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคม 2569 เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการนำเสนอเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 49 ในปี 2570

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบร่างเอกสารขอรับการประเมินขั้นต้นของ “พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และคณะรัฐมนตรี ก่อนส่งต่อไปยังศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 15 กันยายน 2569

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับคุณค่าและศักยภาพของมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการเสริมสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาติอย่างยั่งยืน

หาก “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกสำเร็จ จะนับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย และเป็นหมุดหมายใหม่ที่ตอกย้ำคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมไทยในสายตาชาวโลก