
นายจุติ ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้รับเรื่องจากนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ประธานคณะอนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องพิจารณาศึกษา ซึ่งนำเรื่องร้องเรียนของนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม เข้าสู่การพิจารณา เพื่อขอให้ตรวจสอบตลาดการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) รวมถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของโบรกเกอร์ Forex ผิดกฎหมาย สูญเสียเงินลงทุนเป็นมูลค่ามหาศาล ขณะที่ยังมีข้อกังวลว่าระบบกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่ครอบคลุมเพียงพอในการรองรับและคุ้มครองผู้เสียหาย
นายจุติ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน พร้อมเร่งสรุปภาพรวมปัญหาการฉ้อโกงประชาชน ทั้งกรณีการลงทุนในตลาดทุนและนอกตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงปัญหาผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตลอดจนกรณีหุ้นกู้ที่ผู้ลงทุนยังไม่ได้รับการเยียวยา โดยตั้งเป้าสรุปผลการศึกษาและรายงานต่อที่ประชุมภายใน 2 สัปดาห์
“การทำงานของคณะกรรมาธิการยึดหลักว่า ความเดือดร้อนของประชาชนต้องได้รับการแก้ไขเป็นอันดับแรก เราจะเร่งผลักดันทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ได้รับผลกระทบ” นายจุติ กล่าว
ประธานคณะกรรมาธิการการเงินฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้หารือร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐในสังกัดกระทรวงการคลัง ถึงแนวทางสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และกิจการขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงาน แต่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ทั้งนี้ ได้เสนอให้ธนาคารของรัฐปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ปล่อยสินเชื่อ ไปสู่การเป็น “พี่เลี้ยง” ที่ให้คำปรึกษาทั้งด้านการเงิน การบริหารจัดการ และการตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นตัวและรักษาความเป็นเจ้าของกิจการไว้ได้ ไม่ถูกทุนต่างชาติเข้ามาเข้าซื้อหรือครอบงำธุรกิจไทยในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง
นายจุติ กล่าวย้ำว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญ คือการทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และเป็นธรรมมากขึ้น หากประชาชนประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อหรือได้รับความเดือดร้อนจากระบบการเงิน สามารถร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการได้โดยตรง เพื่อให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน
“เราจะทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยให้ประชาชนยังมีงานทำ ผู้ประกอบการยังสามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง กำลังซื้อในประเทศที่ลดลง และภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มศักยภาพ” นายจุติ กล่าว
