ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  35.03 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น”

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  35.03 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ  35.13 บาทต่อดอลลาร์

โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนพอสมควร (แกว่งตัวในช่วง 34.98-35.24 บาทต่อดอลลาร์) ซึ่งแม้ว่าเงินบาทจะมีจังหวะอ่อนค่า ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ในช่วงก่อนตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้ง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Conference Board Consumer Confidence) และยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (Job Openings) แต่เงินบาทก็สามารถพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ต่อเนื่อง หลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง พร้อมกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวออกมาแย่กว่าคาด ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาสเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยและโอกาสเฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นานขึ้น

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมานั้น ได้ช่วยชะลอแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าลงไปบ้าง แต่ทว่า โฟลว์ธุรกรรมในช่วงปลายเดือน ซึ่งเป็นฝั่งซื้อเงินดอลลาร์ รวมถึงโฟลว์ซื้อสกุลเงินอื่น โดยเฉพาะ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังค่าเงินเยนญี่ปุ่น อ่อนค่าลงพอสมควรเมื่อเทียบกับเงินบาท ก็อาจชะลอการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินบาทในระยะสั้นนี้ได้ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ก็อาจกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในวันนี้ ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ เงินบาทอาจยังคงผันผวนในกรอบ sideway จนกว่าเราจะเห็นการกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติที่ชัดเจนและต่อเนื่อง (ล่าสุด ทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติยังไม่ชัดเจน โดย แม้ว่าในฝั่งหุ้นจะเป็นการซื้อสุทธิ แต่กลับเป็นการขายสุทธิในฝั่งบอนด์) 

ในส่วนของแนวรับ-แนวต้านค่าเงินบาทในระยะสั้น เราประเมินโซนแนวรับของเงินบาทในช่วงนี้ ไว้แถว 34.80-35.00 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าจะเห็นสัญญาณการกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ถึงจะเห็นการกลับมาแข็งค่าขึ้นชัดเจนของเงินบาท ขณะที่โซนแนวต้าน อาจยังอยู่ในช่วง 35.30 บาทต่อดอลลาร์ เว้นว่า ปัจจัยกดดันฝั่งอ่อนค่าของเงินบาทจะกลับมาชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ตลาดมองเฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยต่อเกิน 60% อีกครั้ง ซึ่งต้องอาศัยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาสดใส หรือ ดีกว่าคาด

อย่างไรก็ดี ในช่วงนี้ เรามองว่า ทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง จากทั้งความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงิน ความกังวลแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และนอกเหนือจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว การเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.90-35.15 บาท/ดอลลาร์